วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เมื่อเรานอนไม่หลับ : เราจะทำอย่างไร? 2

10/21/12
10/21/12


มีแนวทางการรักษาอาการนอนไม่หลับ 4 อย่างด้วยกัน

1.    Sleep Hygiene- เป็นการสร้างนิสัยการนอนให้เป็นเวลา
ซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับได้  เรียกว่า  “sleep hygiene”

คำแนะนำต่อไปนี้  สามารถช่วยให้ท่านสามารถแก้นิสัยการนอนไม่หลับ ของท่าน 
และสามารถทำให้ท่านสามารถนอนหลับได้ดีขึ้น

o   ใช้ที่นอนของท่านเพื่อการนอนหลับ  และเพื่อการปฏิบัติกิจเพื่อ
ชีวิตเท่านั้น (sexual activity) อย่าได้ใช้ที่นอนของท่านเพื่อการ
อื่นโดยเด็ดขาด  เช่น  อ่านหนังสือ  ดูทีวี เป็นต้น

ถ้าท่านนอนไม่หลับภายใน 15 – 20 นาที  จงลุกขึ้นจากเตียง
แล้วเดินไปยังห้องอื่น  อ่านหนังสือภายใต้แสงสลัว  อย่าดูทีวี
เมื่อท่านรู้สึกง่วงเมื่อใด...ให้กลับไปนอนทันที

o   อย่าหลับงีบในตอนกลางวัน  ยกเว้นมีความจำเป็นเท่านั้น  และ
ถ้าจำเป็นก็ไม่ควรงีบหลับนานเกิน 15 – 20  นาที 
โดยเฉพาะในช่วงต้นๆ ของตอนบ่าย

o   ออกกำลังกายให้มาก  ควรออกกำลังกายทุกวัน วันละ 30 -45
นาที  ด้วยการเดินจะเป็นวิธีที่เหมาะที่สุด  ซึ่งถ้าเป็นตอนเช้าจะดีมาก 
หลังการออกกำลังกาย  ควรทำการยืfเส้น-ยืดสาย

ก่อนนอน  อาจทำ “โยคะ”  เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 
และจิตใจของท่าน

o   ถ้าเป็นไปได้  ควรกำหนดการทำงานชนิดท้าทาย  หรืองานหนัก
ในตอนเช้าเสมอ  งานเบาในตอนบ่าย

ให้กำหนดเวลานอนให้ชัดเจน  และปฏิบัติตามโดยเคร่งคัด
และควรปฏิบัติการผ่อนคลายก่อนเวลานอนให้เป็นประจำ 
เช่น การอาบน้ำอุ่น  หรือฟังเพลงเบาๆ  (soothing music)
ทำให้รู้สึกสบายใจ

o   รับประทานอาหารที่เหมาะสม  งดเว้นการดื่มเครื่องดื่มชนิดกระตุ้นประสาท
(caffeine) โดยเฉพาะในตอนเทียงวัน
 
หลังอาหารเย็น  ให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มทุกชนิด  เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตื่น
ขึ้นปัสสาวะในตอนกลางคืน
 
ถ้าท่านเป็นคนชอบรับทาน bedtime snack ก็ให้รับทานชนิดเบาๆ
ให้หลีกเลี่ยงการดื่ม “แอลกอฮอล” หลังอาหารเย็น
แม้บางคนจะกล่าวว่า  ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น 
แต่ตามเป็นจริง  มันทำให้คุณภาพการนอนหลับของท่านเสียไปได้

o   ห้องนอนของท่านต้องเหมาะสม  ซึ่งจะทำให้ท่านหลับได้อย่างสบาย
ไม่มีเสียงรบกวน และมีความมืด  การไหลเวียนของอากาศดี 
มีอุณหภูมิของห้องอยู่ในระดับพอดี (ตลอดระยะเวลานอนหลับ)

o   เหนืออื่นใด  ไม่ต้องกังวลในเรื่องอะไรทั้งนั้น   เพียงแค่ทำใจให้สงบนิ่ง 
ด้วยการผ่อนคลายทั้งกาย และใจ 

ในเวลานอน  อย่าไปทบทวนปัญหาใดๆที่ท่านมี และอย่าวางแผนใด ๆ
ให้คิดแต่ในทางผ่อนคลาย  และนำมาซึ่งความสุขเท่านั้น


2.   พฤติกรรมบำบัด (behavioral therapy)
ถ้าวิธีการนอนหลับตามวิธี sleep hygiene  ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 
พฤติกรรมบำบัดอาจช่วยได้  ซึ่งมีหลายวิธีที่เราสามารถศึกษา 
และนำไปประยุกติใช้  ดังนี้

o   Relaxation training  - มีหลายวิธีด้วยกัน  เช่น  การหายใจลึก ๆ ;
คลายกล้ามเนื้อ (progressive muscular relaxation…) 
หรือ  ใช้ยา (medication)
การผ่อนคลายด้านจิตใจในเวลานอนจะช่วยให้หลับได้ดี

o   Stimulus control therapy-ให้ล้มตัวลงนอนบนเตียงเฉพาะตอนง่วงนอนเท่า
นั้น  อย่าอ่านหนังสือ หรือดูทีวีบนเตียงเป็นอันขาด
ให้ลุกจากเตียงในตอนเช้าในเวลาเดียวกันทุกวัน  และหลีกเลี่ยงการงีบหลับ
ในตอนกลางวัน

o   Cognitive therapy. ขจัดความคิดด้านลบออกทิ้ง  และแทนที่ด้วยความคิด
ด้านบวก  ยกตัวอย่าง  เช่น “ฉันไม่เคยนอนหลัยเลย...”,  “พรุ่งนี้  ฉันพินาศ
แน่...”  ให้เปลี่ยนเป็น:  “ถ้าฉันนอนผ่อนคลายบนเตียงได้  ร่างกายของฉันจะ
แก้ไขตัวของมันเอง”  เป็นต้น


3.    Supplements —อาหารเสริมที่นิยมมากที่สุด  ได้แก่  melatonin  และ valerian
ที่ชาวอเมริกันนิยม  สาร melatonin  ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างโดยต่อมใต้สมอง 
ชื่อ  Pineal gland  หากได้ในขนาดน้อย (low dose) อาจมีประโยชน์ในการบรรเทา
อาการเหนือล้า...ส่วน  Valerian เป็นสมุนไพร ซึ่งมีหลักฐานน้อยมาก


4.    Medications — ยาที่ใช้เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ  ไม่ว่าท่านจะซื้อหาเอง 
หรือแพทย์เป็นคนสั่งจ่าย  ท่านต้องปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้:

a.    ใช้ยาเพื่อการรักษาพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น
b.    ใช้ยาในขนาดน้อยที่สุด  ซึ่งใช้แล้วได้ผล
c.    อย่ารับประทานยาทุกคืน  และใช้เฉพาะจำเป็นจริง ๆ 
d.    บางครั้งอาจจำกัด  2 – 4  เม็ด ต่ออาทิตย์
e.    ให้พยายามหยุดยาหลังจากทานยามานานได้ 3 – 4 อาทิตย์
f.     ให้หยุดยาอย่างช้าๆ  เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการนอนไม่หลับเพราะ
ไม่ตอบสนองต่อยา


มียานอนหลับหลายขนานให้ท่านซื้อจากร้านขายยาได้ (over-the-counter)
ส่วนมากจะมีส่วนประกอบของ antihistamines
เช่น diphenhydramine หรือ doxylamine  แต่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายไม่นิยม
ให้ใช้พวกนี้ในระยะยาว  เพราะมีผลข้างเคียง  เช่น  ง่วงในตอนกลางวัน,
คอแห้ง,  ท้องผูก, และปัสสาวะลำบาก- โดยเฉพาะชายสูงอายุที่มีต่อมลูก
หมากโต  ไม่ควรใช้ยาพวกนี้

ในปัจจุบัน  แพทย์นิยมเลือกใช้ยาในสามกลุ่มต่อไปนี้:

a.    Benzodiazepines (temazepam, oxazepam, estazolam)
เป็นยาเก่าแก่  ซึ่งครั้งหนึ่งใช้เป็นยาหลักสำหรับรักษาคนนอนไม่หลับ
หากใช้มากไปสามารถทำให้ติดเป็นนิสัยได้  และสามารถทำให้เกิดอาการ
ง่วงนอนในตอนกลางวัน

b.    Imidazopyrines (eszapiclone, zaleplon, zolpidem- เป็นยาใหม่ 
ออกฤทธิ์ที่สมอง (receptors) เช่นเดียวกับยาในกลุ่ม benzodiazempines
แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า  และถูกขับออกจากร่างกายได้เร็ว 
โดยไม่ก่อให้ติดเป็นนิสัย  หรือทำให้ง่วงในตอนกลางวัน 
แต่มันสามารถก่อให้เกิดพฤติกรรมประหลาดได้

c.    Melatonin receptor agonist (ramelteon) - ยาตัวนี้จะออกฤทธิ์ที่สมอง
(brain receptors) เหมือนกับฮอร์โทน melatonin  มันออกฤทธิ์ได้เร็ว 
และอยู่ในร่างกายสั้นมาก  ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ


คนที่นอนไม่หลับเกือบทุกคน  สามารถได้รับประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนวิธีการ
นอนหลับ (sleep hygiene)  ได้
คนไข้ทุกรายที่นอนไม่หลับ  ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ 
ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ


ถ้าหากพบ...แพทย์สามารถรักษาต้นเหตุนั้นได้  และทำให้คนไข้นอนหลับได้
สำหรับอาการนอนไม่หลับไม่ทราบสาเหตุ  ซึ่งเป็นชนิด primary insomnia นั้น
ให้พิจารณาพฤติกรรมรักษาก่อน  แล้วค่อยมาพิจารณาใช้ “ยานอนหลับ” ทีหลัง


ก่อน    <     1    2

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น