วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โรคเบาหวาน (DM2)...ทำให้หายขาดได้หรือไม่ ?


7/29/12
เมื่อเราเป็นโรคเบาหวาน...
คำถามที่หลายคนอยากจะรู้   เราสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?
ปกติแล้ว  ฮอร์โมน “อินซูลิน”  จะทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการเผาผลาญอาหาร
ให้กลายเป็นพลังงานของร่างกาย  เมื่ออินซูลินพบกับเซลล์ของกล้ามเนื้อ, ไขมัน, 
หรือ ตับ  มันจะทำให้เซลล์เหล่านั้นรับเอาน้ำตาลกลูโกสเข้าไว้ภายในตัว
ต่อจากนั้น  เป็นหน้าที่ของเซลล์เหล่านั้น  จะจัดการกับน้ำตาลในสองรูปแบบ...
ประการแรก  จัดการสะสมน้ำตาลเหล่านั้นเอาไว้  หรือ ประการที่สอง 
จัดการกับน้ำตาลเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังต่อไป

ในคนไข้ที่เป็นเบาหวานประเภทสอง 9DM2)…
เซลล์ของคนที่เป็นโรคเบาหวาน  จะไม่ตอบสนองต่อฮอรโมนอินซูลินที่มีในร่างกาย
ซึ่งเราเรียกว่าภาวะนั้นว่า... “insulin resistance”
ปัญหาดังกล่าวจะเลวลงทันทีที่คนๆ นั้นปล่อยให้ตนเองมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนั้น  ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าที่ทำให้...เลวลงได้  เช่น  ไม่สบาย(illness),
ตั้งครรภ์(pregnancy), และ รับทานยาอย่างต่อเนื่อง

ยาที่คนเรารับทานเป็นประจำ  ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน 
ได้แก่Corticosteroids, antiphsychotic medicines  ที่ใช้รักษาภาวะฌรคจิต

โรคเบาหวาน...
เมื่อเกิดขึ้นแล้ว  เป็นโรคตลอดชีวิต
คนเป็นโรคเบาหวาน (DM2) ส่วนใหญ่  จะต้องใช้ยารักษา  เพื่อลดระดับน้ำตาลลง
ถือ เป็นการช่วยชดเชยภาวะการณ์ต่อต้านอินซูลินของคนไข้

มีคนไข้ที่เป็นเบาหวานประเภทสองจำนวนน้อย  สามารถทำให้หายได้...
ในคนไข้บางราย  การลดน้ำหนักตัวอย่างมาก  สามารถทำให้ฮอร์โมนอินซูลิน
สามารถทำงานได้ตามปกติ  ยกตัวอย่าง...

·         คนอ้วนที่ได้รับการรักษาด้วยกรรมวิธีทางผ่าตัด
·         คนมีระดับน้ำตาลสูง  ซึ่งเกิดมีเกิดไม่สบายอย่างรุนแรง  
จะพบว่า  กระบวนการเผาผลาญทางเคมีในร่างกาย  อาจกลับสู่สภาพเดิม 
เมื่อความไม่สบายหายไป
·         โรคเบาหวานที่เกิดจากการใช้ยา  ระดับน้ำตาลจะกลับสู่ระดับปกติเมื่อเลิกยา...

แพทย์ส่วนใหญ่ไม่อยากจะพูดว่า  เบาหวานสามารถรักษาให้หายได้  แม้ว่า  คนๆ นั้น
จะตอบสนองต่ออินซูลินได้เป็นปกติก็ตาม
คนที่เกิดเป็นเบาหวานโดยไม่ทราบเวลาเกิด  มีแนวโน้มที่จะกลับเป็นอีก 
ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์จะต้องทำการตรวจเลือดดูเป็นระยะ 
ที่แพทย์นิยมใช้ตรวจ  คือการตรวจดูระดับ  A1C

โดยสรุป  การออกกำลงกายอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง
ท่านสามารถลดความเสี่ยงต่อการทำให้โรคเบากลับคืนมาได้

July29,2012

Thyroid Hormone: Tips for taking hormone (2)

7/29/12

ท่านจะทราบได้อย่างไรว่า...
ระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนผิดไป ?

ถ้าท่านรับทานฮอร์โมนด้วยขนาดที่มากไป...
ทานจะรู้สึกว่า  หัวใจของท่านเต้นเร็ว  และเต้นไม่สม่ำเสมอ (palpitation) หรือ
ในรายที่มีอาการมาก  ท่านจะรู้สึกเจ็บหน้าอก
นอกจากนั้น   ในกรณีที่ท่านมีระดับฮอร์โมนมากไป  สามารถทำให้น้ำหนักตัว
ของท่านลดลง  และ ทำให้ท่านเกิดอาการท้องล่วงได้

ถ้าท่านไม่ได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนได้เพียงพอ  หรือ มีฮอร์โมนน้อย...
ท่านอาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น,  รู้สึกเหนื่อยเพลีย,  หรือ เกิดอาการท้องผูกได้
เกิดมีอาการบวมรอบๆ ลูกตาทั้งสอง และ บวมที่บริเวณของต้นแขน  หรือ ขา
ถ้าเป็นสุภาพสตรี... เธออาจมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ  หรือ มามากเกิน
หรือ  มีประจำเดือนนานหลายวัน  และเมื่อใดก็ตาม  หากท่านมอาการดังกล่าว
ท่านควรได้รับการตรวจหาระดับของ ไทรอยด์ฮอร์โมน...

กรณีพิเศษ
สำหรับสตรีที่รับทาน estrogen…
ถ้าท่านเริ่มรับทานฮอร์โมน estrogen  จะเพื่อเป็นการควบคุมกำเนิดของท่านเอง 
หรือ เพื่อรักษาอาการหลังหมดประจำเดือน  ท่านจำเป็นต้องเพิ่มขนาดของ
ไทรอยด์ออร์โมน   ภายหลังจากท่านเริ่มรับทานยาที่มี estrogen เป็นส่วนประกอบ 
ท่านต้องตรวจระดับของไทรอยด์ฮอร์โมนในกระแสเลือด  เพื่อให้แน่ใจว่า 
ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนของท่านมีเพียงพอต่อการรักษาโรคของท่าน

ในระหว่างตั้งครรภ์:
ก่อนที่ท่านจะตั้งครรภ์...
ท่านต้องปรึกษาแพทย์ของท่านเกี่ยวกับขนาดของ “ไทรอยด์ฮอรืโมน”
ทั้งนี้เพราะ เด็กทารก (fetus) ที่อยู่ในครรภ์จต้องพึ่งพาระดับไทรอยด์ฮอณ์โมน
ของมารดา  เพื่อการเจริญเติบโตของระบบประสาทในระยะสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์

กว่าเด็กจะสามารถสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนเองได้...
เขาจะต้องมีอายุในครรภ์มารดาได้ 12 อาทิตย์ (สามเดือน) เสียก่อน
และเนื่องจากในระหว่างตังครรภ์  ระดับของ estrogen จะถูกสร้างมากขึ้น
ดังนั้น  ต่อมไทรอยด์จะต้องพยายามชดเชยด้วยการสร้างไทรอยด์เพิ่มมากขึ้น

เมื่อท่านเป็นโรค hypothyroidism…
ท่านกำลังรับทานไทรอยด์ฮอร์โมน เพื่อให้ร่างกายได้ทำงานตามปกติที่มันควรจะทำ
นั้นคือ ท่านต้องเพิ่มขนาดของไทรอยด์ฮอร์โมนเพิ่มขึ้น 
โดยเฉพาะในขณะที่ท่านกำลังตั้งครรภ์

ดังนั้น  เมื่อท่านสงสัยว่าท่านตั้งครรภ์  ภายในหนึ่งถึงสองเดือนแรกของการตั้งครรภ์
ท่านจำเป็นต้องทำการตรวจครรภ์  เพื่อให้แน่ใจว่า  ท่านตั้งครรภ์หรือไม่ ?
ขณะเดียวกัน  ท่านควรตรวจดูระดับของไทรอยด์ฮอร์โมนไปพร้อม ๆ กันทันที
หากพบว่า  ระดับไทรอยด์ต่ำ  ท่านจะต้องได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนเพิ่มให้พอ...

ระหว่างสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์(first trimester)…
ท่านจะต้องตรวจระดับไทรอยด์ฮอร์โมน  อย่างน้อย ๆ เดือนละครั้ง
อย่าลืมปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับขนาดของไทรอยด์ฮอร์โมน 
ซึ่งอาจต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นเมื่อพบว่า  ท่านตั้งครรภ์

สิ่งสำคัญสุดสำหรับสตรี...
ปัญหาสำคัญสำหรับการรับทานไทรอยด์ฮอร์โมน  คือ  เราต้องแน่ใจว่า
ท่านได้รับยาในขนาดที่ถูกต้อง  มีระดับฮอร์โมนเพียงพอ 
ซึ่งท่านสามารถทราบได้ด้วยการตรวจดูระดับของไทรอยด์ฮอร์โมนในกระแสเลือด
หากท่านมความต้องการจะตั้งครรภ์  ท่านต้องปรึกษาแพทย์  เพื่อปรับเปลี่ยนขนาด
ของไทรอยด์ฮอรโมนให้ได้ระดับที่ต้องการ

Thyroid Hormone: Tips for taking Hormone (1)

7/29/12

ท่านเป็นโรค hypothyroidism
ท่านจะรู้สึกเหนื่อยเพลีย  ประจำเดือนของท่านจะผิดปกติ  มาไม่สม่ำเสมอ
หรือ น้ำหนักของท่านจะเพิ่มขึ้น  แพทย์จะสั่งตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการณ์
เพื่อการวินิจฉัยโรคต่อมไทรอยด์  ทำงานน้อยกว่าปกติ
และ ถ้าเป็นเช่นนั้น  ท่านจะได้รับยาที่เป็น “ไทรอยด์ฮอร์โมน” 
ซึ่งสามารถซ่อมแซมอาการของท่านได้


มีสุภาพสตรีจำนวนไม่น้อย...
ที่ได้ยินเรื่องราวการวินิจฉัยโรค Hypothyroidism หรือ สาร synthetic thyroid hormone
และ มีสิ่งหนึ่ง  ที่ท่านควรทราบ  นั้นคือ  ยาเม็ด “ไทรอยดฺฮอร์โมน”
และจะหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้ฮอร์โมนดังกล่าวได้อย่างไร ?

โรค hypothyroidism…
เป็นโรคที่เกิดในสตรีมากกว่าที่จะเกิดในชาย  โดยพบว่าเมื่อคนเราอายุได้ 60
สตรีมีโอกาสเป็นโรคดังกล่าวถึง 17 %  ในชายสามารถเป็นโรคได้ 8 %
สาเหตุที่พบได้บ่อย  คือ เป็นผลมาจากความผิดปกติทางระบบภูมคุ้มกัน 
เรียกว่า  Hashimoto’s thyroiditis ซึ่งมีการทำลายของต่อมไทรอยด์เกิดขึ้น

เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย...
เราจำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนไทรอยด์ ในปริมาณเพียงพอ  ให้คงสภาพการเผาผลาญ
ภายในรางกาย  รวมถึงการทำงานต่างๆ ของร่างกาย  และ
อุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติให้ได้

การมีระดับไทรอยด์ฮอร์โมนในร่างกายมากเกินไป...
สามารถเพิ่มอันตรายต่อหัวใจ  เป็นเหตุให้การเต้นของหัวใจผิดปกติ 
หรือบางทีอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจถูกทำลาย heart attack ได้ 
นอกจากนั้น  การมีระดับไทรอยด์ฮอร์โมนมากไป  ยังเป็นเหตุให้เกิดภาวะกระดูกพรุน

การมีระดับไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำไป...
จะทำให้ท่านรู้สึกอ่อนเพลีย  และมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น  ทำให้ระดับความสมดุลของ
ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติไป  เป็นเหตุให้การมีประจำเดือนของท่านผิดปกติได้
How To Take Your Thyroid Hormone
ถ้าบังเอิญท่านรับท่านไทรอยด์ฮอรโมนพร้อมอาหาร  หรือยาอย่างอื่น ๆ
สิ่งทีท่านต้องกระทำ  คือ หากทุกอย่างอยู่ในสภาพเรียบร้อยดี 
อย่าได้เปลี่ยนขนาดของฮอร์โมนที่ท่านกำลังรับทาน
แต่สำหรับคนที่มีระดับฮอร์โมนไม่อยู่ในระดับปกติ  อาจเป็นเพราะอาหารบางอย่าง 
หรือ  เพราะยาบางอย่าง  ที่ท่านรับทานอาจเป็นตัวก่อให้เกิดปัญหา 
เป็นเหตุให้ฮอร์โมนมีระดับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ความสามารถในการดูดซึมเอาไทรอยด์ฮอร์โมนจากลำไส้  อาจบกพร่อง
โดยอาหารทีท่านรับทาน  หรือจากยา หรืออาหารเสริมที่ท่านได้รับ
เช่น  calcium, iron , iron in multivitamins และ ยาลดระดับไขมัน (cholestyramine
 และ colestipol) สามารถกระทบต่อการดูดซึมของไทรอยด์ฮอร์โมนได้

จากข้อมูลที่กล่าวมา...
สิ่งที่ท่านควรทำ  คือ รับทานไทรอยด์ฮอร์โมนในขณะที่ท้องของท่านว่าง 
และอย่างน้อย  สามถึงสี่ชั่วโมงก่อนที่ท่านจะรับทานยาอื่นๆ
และ มีคนเป็นจำนวนไม่น้อย  ที่เวลาที่เหมาะสำหรับรับทานฮอร์โมน  คือ
รับทานยาฮอร์โมนก่อนนอน
เพื่อเป็นการช่วยให้ท่านไม่ลืมการรับทานยา....
ให้ท่านรับทานยาทันทีหลังการแปลงฟันก่อนที่ท่านจะไปนอน  เพราะไทรอยด์ฮอร์โมน 
จะไม่กระทบกระเทือนต่อการนอนหลับของท่าน

Hypothyroidism: symptoms…& Treatment

7/29/12

การเรียนรู้ต่อมไทรอยด์...
เพื่อการป้องกัน  การวินิจฉัย  และ การรักษาโรคดังกล่าว  เรจำเป็นต้แงดรียนรู้-

อาการของโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ (hypothyroidism)
ในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคดังกล่าว  สามารถทำให้เกิดอาการต่อไปนี้:
o   ไม่ค่อยมีแรง (Lack of energy)
o   มีความรู้สึกเหนื่อยเพลีย
o   ท้องผูก
o   มีความไวต่ออากาศเย็น (ขี้หนาว)  ซึ่งอาการจะค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
o   กล้ามเนื้อปั้น  และ แข็งเกร็ง (muscle cramps & stiffness)
o   น้ำหนักเพิ่ม  ทั้ง ๆ ที่เป็นคนเบื่ออาหาร
o   ผิวหนังแห้ง ผมแห้ง
o   ผมล่วง
o   เสียงแหบ
o   หัวใจเต้นช้าลง
o   มีอาการทางจิต  เช่น  อาการซึมเศร้า
ถ้าคนไข้โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย...
ไม่ได้รับการรักษา  เราจะพบกับกลุ่มอาการอย่างหนึ่งเกิดขึ้น  เราเรียก myxedema
กลุ่มอาการดังกล่าวประกอบด้วย  หน้าตาย (expressionless face), ผมบาง (thinHair), 
มีอาการบวมรอบ ๆ ลูกตา (puffiness around the eyes), ลิ้นคับปาก (inlarge tongue),
ผิวหนังหนา  ซึ่งรู้สึกเย็นเหมือนแป้งทำขนม

สำหรับเด็กเล็กแรกเกิดมาพร้อมกับโรค hypothyroidism…
เด็กจะร้องเสียงแหบแห้ง,  เจริญเติบโตช้า,  ง่วงนอน (ขี้เซา), ท้องผูก, เลี้ยงยาก
ถ้าเด็กไม่ได้รับการรักษา  เด็กจะเจริญเติบโตช้ามาก,  เตี้ย, ผิวหนังแห้ง,  ผมบาง,
สีหน้าประหลาด,  พุงป่อง,  มีฟันโพล่ช้า,  มีปัญหาในการพัฒนาทางสมอง

หากเกิดในเด็กวัยรุ่น...
อาจทำให้การเจริญสู่วัยเบญจเพสช้าลง  และ สามารถทำให้เกิดมีอาการ
เหมือนผู้ใหญ่ได้

การวินิจฉัยโรค
เมื่อท่านไปพบแพทย์...
แพทย์จะทำการตรวจร่างกายของท่าน  พร้อมกบตรวจต่อมไทรอยด์ของท่าน
ซึ่งอาจมีขนาดโต  แพทย์อาจตรวจดูลักษณะอาการแสดงของโรคต่อมไทรอยด์
ทำงานน้อย  ซึ่งแสงดออกทางผิวหนัง,  ผม,  หัวใจ, และ ท้อง

แพทย์จะทำการวินิจฉัยว่า  ท่านเป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย...
โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการณ์  นั้นคือ  การตรวจหา
ระดับของ Thyroid hormone  และ   ระดับ TSH
ผลการตรวจ TSH  เป็นการตรวจหาโรค  Hypothyroidism 
ซึ่ง มีสาเหตุมาจากตัวต่อมไทรอยด์เอง
นอกจากนั้น  ในคนที่เป็นโรค hypothyroidism  มักจะพบว่า  ระดับของ cholesterol
และ ส่วนประกอบอื่น ๆ ของเลือด  มักจะมีความผิดปกติเกิดร่วมด้วยเสมอ

ในคนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยในระยะสั้น ๆ  เช่น  เกิดจากการอักเสบ
หรือ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส  ระดับของไทรอยด์ฮอร์โมนจะกลับสูระดับปกติในเวลา
ไม่กี่เดือนเท่านั้น  ส่วนในกรณีอื่น ๆ ของคนที่เป็นโรคดังกล่าว 
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะเป็นปัญหาในระยะยาว...เป็นตลอดชีวิต

โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย  เป็นโรคที่เราไม่สามารถป้องกันได้เลย

การรักษา:
ในโรคตอมไทรอยด์น้อย  จะได้รับการรักษาด้วยการให้ thyroid hormone ที่เราใช้ 
คือ synthetic forms ของฮอร์โมน  ซึ่งได้แก่ Levothyroxine   และ  liothyronine

ใครก็ตามที่รับทานไทรอยด์ฮอร์โมน  จะต้องทำการตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนเป็นระยะ
เพื่อให้แน่ใจว่า  ได้รับฮอร์โมนที่เพียงพอ  โดยเฉพาะในสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ 
ระดับฮอร์โมนอาจมีน้อยไป  นอกจากนี้  ยังพบอีกว่า 
มีอาหารบางอย่าง  และยาบางอย่าง  อาจมีผลทำให้ระดับของไทรอยด์ฮอรโมน
ลดต่ำลง   ทำให้เซลล์ไม่สามารถได้รับฮอรโมนได้เพียงพอ

ยกตัวอย่าง....
พวกเหล็ก (iron) จะทำให้การดูดซึมเอาไทรอยด์ฮอร์โมน  จากลำไส้น้อยลง   
ส่วนพวก estrogen รับทาน  จะมีผลกระทบต่อระดับไทรอยด์ที่ไหลเวียนในโลหิต 
ทำให้มันไปจับตัวกับโปรตีนหลายตัวในเลือด  เป็นเหตุให้มีไทรอยด์ฮอร์โมนอิสระ
 (free thyroid hormone) มีไม่เพียงพอสำหรับเซลล์

เราจะพบแพทย์เมื่อใด ?
แน่นอน!...
เมื่อท่านมีอาการของต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (hypothyroidism) 
โดยเฉพาะเมื่อท่าน มีอาการเหนื่อยเพลีย,  ผมล่วง,  มีความไวต่อความเย็น....
หรือ ถ้าเด็กของท่าน  มีอาการของโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย 
ท่านควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัย  และรับการรักษา

การพยากรณ์โรค
ในคนที่เป็นต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย...
การรักษาด้วยการให้ไทรอยด์ฮอร์โมน  มักจะลดอาการภายในไม่กี่อาทิตย์ 
หรือบางที  อาจกินเวลาเป็นเดือนได้
สำหรับคนสูงวัยที่เป็นโรคดังกล่าว  ขนาดของไทรอยด์ฮอร์โมน 
อาจจำเป็นต้องเพิ่มขนาดอย่างช้าๆ ภายในเวลา 6 – 8 อาทิตย์ 
เพื่อเป็นการป้องกันไม่มีผลกระทบต่อหัวใจมากเกินไป

สำหรับเด็กเล็ก  หรือเด็ก ที่เป็นโรค Hypothyroidism …
การให้ “thyroid hormone”  สามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย  และการพัฒนาการของสมอง
http://www.intelihealth.com

Hypothyroidism

7/29/12
เมื่อต่อมไทรอยด์ของท่านทำงานน้อย...
เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลง  เขาเรียกมันว่า  hypothyroidism
ซึ่งหมายความว่า  ต่อมไทรอยด์ทำงานได้น้อยลง  ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้ตามปกติ

ต่อมไทรอยด์  จะอยู่ทางด้านหน้าส่วนล่างของคอ
จะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนชื่อ thyroid hormone 
ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมพลังงานของร่างกาย  เมื่อใดก็ตามที่ระดับฮอร์โมนตัวดังกล่าว
มีน้อยกว่าปกติ   เป็นเหตุให้การเผาผลาญในร่างกายน้อยลง  การทำงานของวัยวะที่สำคัญลดลง 
เช่น  การเต้นของหัวใจ,  การควบคุมระดับอุณหภูมิของร่างกายลดลง
มีการประมาณการณ์ว่า  คนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกิน  มีถึง  95 %
ไม่สามารถผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนได้เพียงพอ  ซึ่งมีสาเหตุดังนี้:

§  ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับต่อมไทรอยด์  ซึ่งอาจเกิดจากการผ่าตัด,
ถูกทำลายโดยสารกัมมันตภาพรังสีไอโอดิน  ซึ่งใช้รักษาโรคต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน
§  ความผิดปกติทางระบบภูมิคุ้มกัน  ซึ่งระบบดังกล่าว   ทำลายต่อมไทรอยด์ตนเอง
§  เป็นความบกพร่องของต่อมไทรอยด์  ซึ่งมาแต่กำเนิด

ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกิน (hypothyroidism)  สามารถเกิดจากการอักเสบบางอย่าง
(inflammation) หรือ  เกิดอักเสบติดเชื้อ (infection) จากเชื้อไวรัส
มีประมาณ 5 % ของโรคดังกล่าว  จะเกิดจากสมอง (hypothalamus) หรือ ต่อมใต้สมอง
(pituitary gland)  มากกว่าที่จะเกิดจากต่อมไทรอยด์เอง

Hypothalamus  เป็นสวนหนึ่งของสมอง  โดยมีทำหน้าทีส่งสัญญาณให้ต่อมใต้สมอง
Pituitary gland  ผลิตฮอร์โมนชื่อ thyroid  stimulating hormone (TSH)  
ซึ่งทำหน้าทีกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ผลิต ไทรอยด์ฮอร์โมน

มีโรคทางร่างกายหลายอย่าง  ที่สามารกกระทบต่อสมองส่วน hypothalamus
หรือกระทบต่อต่อมใต้สมองเอง  เป็นเหตุให้เกิดการขัดขวางสัญญาณจากสมองสู่ต่อม
ไทรอยด์ได้  หากเกิดเป็นเช่นนั้น...ต่อมไทรอย์จะไม่ได้รับคำสั่ง (message) ให้ผลิต
ไทรอยดฮอร์โมนตามปกติ (ทั้ง ๆ ที่ต่อมยังทำงานตามปกติก็ตาม)

ภาวะเช่นนี้  เรียก  secondary hypothyrodism  ซึ่งมักจะเกิดจากต่อมใต้สมอง
(pituitary gland)  ถูกทำลายโดยเนื้องอก , อักเสบติดเชื้อ, sarcoidosis,
หรือ มะเร็งที่กระจายมาจากที่อื่น ๆ ของร่างกาย
มีส่วนน้อยเท่านั้น  ที่ต่อมไทรอยด์ทำงานได้น้อย  เพราะ สมองส่วน hypothalamus
ได้รับบาดเจ็บ (injury)

จากสถิติที่ได้จากสหรัฐฯ...
เมื่อไม่นานมานี้  มีประมาณ 4 % ของคนผู้ใหญ่ที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย
กว่าปกติในรูปใดรูปหนึ่ง  และประมาณ  1% ของเด็กแรกเกิดเป็นโรคต่อมไทรอยด
ทำงานน้อยกว่าปกติ

Continued  …. Hypothyroidism:  symptoms …& Treatment