June 12, 2014
มีการศึกษาเพี่ยวกบการใช้ยาในคนสูงอายุ....
มีใจความสำคัญว่า ประมาณ 21 % ของคนสูงอายุใช้ยาไม่เหมาะสม
มียาบางตัวไม่ปลอดภัย และมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียง (side effect)
หรือมีปฏิกิริยาระหว่างยาเกิดขึ้น (drug-drugs interactions)
ตัวอย่างของยาที่ใช้ไม่เหมาะสมในคนสูงอายุ:
Amitriptyline (โดยเฉพาะก dose > 50 mg) จัดเป็นยาที่ทำให้คนสูงอายุเกิด
อาการง่วงนอน แถมยังมีฤทธิ์ของ anticholinergic อีกต่างหาก
Benzodiazepines สามารถทำให้เกิดจิตสงบ และทำให้ง่วง ทำให้เพิ่มความ
เสี่ยงต่อการหกล้มกระดูกแตกหักได้
Dextropropoxyphene ทำให้เกิดอาการซับสน และง่วงนอนได้อย่างมาก
ไม่เหมาะทีจะใช้ในคนสูงอายุ จากหลักฐานแสดงให้เห็นว่า ยาตัวนี้ไม่ได้แก้ปวด
ได้ดีกว่ายาพาราเซทตามอลเลย และเนื่องจากผลเสียมีมากกว่าผลดี จะเห็นว่า
ยาตัวนี้ได้ถูกกำจัดออกจากตลาดของ New Zealand เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2010
การที่จะหยุดยาได้ดีที่สุด... คือไม่ใช้ยาตัวนั้นตั้งแต่แรกเริม
ในการสั่งยาแก่คนสูงอายุสามารถ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากได้อย่างมาก
โดยเฉพาะเมื่อมีการพิจารณาใช้ยาตัวใหม่แก่คนสูงอายุ วีธีการที่ควรนำ
ไปปฏิบัติ คือ ให้พิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมด้วยการตั้วคำถาม
ต่อไปนี้:
มีข้อชี้บ่งให้ใช้ยาตัวนั้นหรือไม่ ?
ยาที่ให้มีประสิทธิภาพสำหรับโรคหรือไม่
มีปฏิกิริยาระหว่างยาทางคลินิคปรากฏให้เห็นหรือไม่ ?
มีปฏิกิริยาระหว่างโรค – ยา ทางคลีนิคหรือไม่?
เป็นการใช้ยาซ้ำซ้อนกับยาตัวอื่นที่กำลังใช้อยู่หรือไม่ ?
ทั้งคนไข้ และแพทย์ร้ และยอมรับหรือไม่ว่า ยาที่ใช้จะต้องใชเวลา
คนไข้พร้อมที่จะกินยาหรือไม่...ผลข้างเคียงคืออะไร, ขนาดของยา
ถูกต้อง...มีข้อแนะนำในการใช้ยาชัดเจน
ยาที่ใช้ถูกทสุด และมีคุณค่าทางยาเทียบเท่ากับยาที่แพงกว่าหรือไม่ ?
<< BACK NEXT >> P 5: Guide to stop medicine-Duration of use
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Guide to stop medicine- Appropriateness แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Guide to stop medicine- Appropriateness แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557
Guide to stop medicine- Appropriateness
June 12. 2014
ความดันโลหิต...
ระดับความดันโลหิตที่จัดว่าดีที่สุด คือให้ต่ำกว่า 120/80 mmHg
ในคนปกติ ไม่เป็นโรคเบาหวาน หรือเป็นโรคไต เราจะทำการวัดระดับ
ความดัน 3 ครั้ง ถ้าผลพบว่า ระดับความดันอ่านได้ 140/90 หรือสูงกว่า
แพทย์มักจะเริ่มให้ยาลดความดันเลือดสูงแก่คนไข้ทันที
ส่วนในคนที่เป็นโรคเบาหวาน (diabetes) หรือเป็นโรคไต เขาควรเริ่ม
รับการรักษาด้วยการให้ยาลดความดัน (antihypertensive drugs) เมื่อ
ระดับความดันวัดได้ 130 (เลขตัวบน = systolic blood pressure) หรือ
ตัวล่าง วัดได้ 80 (diastolic blood pressure)
โดยทั่วไป เมื่อได้รับคำบอกว่า ท่านมีดับความดันสูง
สิ่งท่ีท่านจะต้องเริ่มต้นกระทำคือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกด้วยการลด
น้ำหนักตัว (losing weight), รับประทานอาหารทีให้ประโยชน์ต่อร่างกาย
และออกกำลังกายเพิ่มข้น , และถ้าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว
ไม่สามารถลดความดันโลหิตของท่านได้...
ท่านจะได้รับยาลดความดันโลหิตต่อไป
มียาลดความดันโลหิตสูงหลายตัว ซึ่งแพทย์สามารถเลือกใช้รักษาโรค
ความดันของท่าน ในตอนแรก แพทย์อาจจำเป็นต้องทดลองใช้ยาท่ี่แตก
ต่างกัน หรือใช้ยามากกว่ากว่าหนึ่งขนาน โดยท่านอาจใช้ยาไปเป็นเวลานาน
หรือตลอดชีวิตของท่าน
NEXT >> อันตรายจากความดันโลหิตสูง P 2 : Dont stop medications
ความดันโลหิต...
ระดับความดันโลหิตที่จัดว่าดีที่สุด คือให้ต่ำกว่า 120/80 mmHg
ในคนปกติ ไม่เป็นโรคเบาหวาน หรือเป็นโรคไต เราจะทำการวัดระดับ
ความดัน 3 ครั้ง ถ้าผลพบว่า ระดับความดันอ่านได้ 140/90 หรือสูงกว่า
แพทย์มักจะเริ่มให้ยาลดความดันเลือดสูงแก่คนไข้ทันที
ส่วนในคนที่เป็นโรคเบาหวาน (diabetes) หรือเป็นโรคไต เขาควรเริ่ม
รับการรักษาด้วยการให้ยาลดความดัน (antihypertensive drugs) เมื่อ
ระดับความดันวัดได้ 130 (เลขตัวบน = systolic blood pressure) หรือ
ตัวล่าง วัดได้ 80 (diastolic blood pressure)
โดยทั่วไป เมื่อได้รับคำบอกว่า ท่านมีดับความดันสูง
สิ่งท่ีท่านจะต้องเริ่มต้นกระทำคือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกด้วยการลด
น้ำหนักตัว (losing weight), รับประทานอาหารทีให้ประโยชน์ต่อร่างกาย
และออกกำลังกายเพิ่มข้น , และถ้าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว
ไม่สามารถลดความดันโลหิตของท่านได้...
ท่านจะได้รับยาลดความดันโลหิตต่อไป
มียาลดความดันโลหิตสูงหลายตัว ซึ่งแพทย์สามารถเลือกใช้รักษาโรค
ความดันของท่าน ในตอนแรก แพทย์อาจจำเป็นต้องทดลองใช้ยาท่ี่แตก
ต่างกัน หรือใช้ยามากกว่ากว่าหนึ่งขนาน โดยท่านอาจใช้ยาไปเป็นเวลานาน
หรือตลอดชีวิตของท่าน
NEXT >> อันตรายจากความดันโลหิตสูง P 2 : Dont stop medications
ป้ายกำกับ:
Guide to stop medicine- Appropriateness
loading..
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)