แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Low Back Pain: When Should You Treat Osteopenia? แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Low Back Pain: When Should You Treat Osteopenia? แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เมื่อท่านรักษาอาการปวดหลังด้วการดึง...When Should You Treat Osteopenia?

July 21, 2014

สำหรับท่านที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง...

แม้ว่าการรักษาอาการปวดหลังด้วยการดึง (traction) เป็นวิธีการรักษา
อาการปวดหลัง ซึ่งถูกใช้มานานนับตั้งแต่สมัยโบราณก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่า 
มีหลักฐานที่สนับสนุนวิธีดังกล่าวนั้นน้อยมาก

สำหรับคนที่ทรมานจากอาการปวดหลัง (back pain) ...
ส่วนใหญ่แล้ว  ปรากฏว่า อาการปวดหลังจะหายได้ได้เองอย่างรวดเร็ว 
โดยไม่เกี่ยวกับการรักษาว่าจะเป็นแบบใด   

ประมาณน้อยกว่า 5% ของคนปวดหลัง จะมีปัญหาทางด้านร่างกาย 
ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการเยียวยาอย่างใกล้ชิด หรืออาจถึงกับได้รับการผ่าตัด

ถ้าอาการปวดหลังของท่านไม่ดีขึ้นภายใน 2 -3 วัน หลังจากการนอนพัก
หรืออาการปวดหลังเกิดซ้ำขึ้นมาใหม่  โดยมีอาการชา, หรือมีอาการปวดร้าว
ไปยังก้นหย่อน  หรือขา...ให้ถือว่า  มีอะไรบางอย่างที่สำคัญเกิดขึ้นกับท่าน 
ซึ่งท่านจะต้องไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยต่อไป

คำถาม...
ถ้าท่านมีอาการปวดหลัง...ท่านควรได้รับการดึง traction หรือไม่?

ข้อมูลจากวารสาร   Spine (Volume 31,page 1591):
ได้กล่าวถึงการใช้ traction สำหรับรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง
โดยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ (กรีก)จนกระทั้งถึงปัจจุบัน  แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด
ว่า   การดึงหลังช่วยลดอาการปวดหลังได้จริง และนั้นเป็นข้อสรุป
ที่ได้จากการศึกษาทั้ง 24  ( studies) ในคนจำนวน 2,177 ราย
ซึ่งมีอาการปวดหลัง

ในปัจจุบันเขากล่าวว่า  การรักษาด้วยการดึง (traction) อย่างเดียว จะไม่ช่วย
ลดอาการปวดเลย  และการดึงหลัง (traction) ยังอาจทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น 
และทำให้อาการทางประสาทเลวลง

ดังนั้น  หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการดึงหลัง...
หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น  ท่านต้องหยุดทันที !


http://www.johnshopkinshealthalerts.com/alerts/back_pain_osteoporosis
/JohnsHopkinsBackPainOsteoporosisHealthAlert_1780-1.html

เจ็บปวดบริเวณก้นกบ P2 : When Should You Treat Osteopenia?

July 20, 2014
Coninued

ถ้าท่านทรมานจากอาการปวดที่บริเวณก้นกบ 
ซึ่งมีสาเหตุจากบาดเจ็บที่กระดูกก้นกบ มีวิธีการสำหรับนำไปใช้ เพื่อ
ช่วยเหลือตัวเองได้  ดังนี้:

 ให้ประกคน้ำแข็งประมาณ 15 – 20 นาที วันละ 4 ครั้ง โดยเฉพาะ
สองสามวันหลังจากได้รับยบาดเจ็บ

 ใช้ยาแก้ปวด เช่น acetaminophen หรือ NSAIDs เช่น ibuprofen

 อย่านั่งบนพื้นแข็ง ให้นั่งบนหมอนที่มีรูปร่างเหมือน donut ไม่ให้
กระดูกก้นกบกระทบกับพื้นแข็งได้  หากเป็นไปได้ ไม่ควารนั่งนาน

 เนื่องจากท้องผูกสามารถทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณก้นกบได้
ดังนั้น เราควรรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง ดื่มน้ำให้มากๆ
และแพทย์อาจแนะนำให้ยาละบายอ่อน ๆ

 แช่น้ำอุ่น  และอาบน้ำอุ่น  สามารถลดอาการบวม และการอักเสบ
ลงได้

 ในรายที่มีอาการปวดอย่างรุนแรง แพทย์อาจให้ยาลดอาการปวด
และอาจใช้ยาชา และ สารสเตียรอยด์ฉีดเข้าบริเวณเจ็บปวด หรือ
ปรึกษานักกายภาพบำบัดทำการรักษาต่อ

บาดเจ็บที่บริเวณก้นกบ ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด

<< BACK

http://www.johnshopkinshealthalerts.com/alerts/back_pain_osteoporosis
/JohnsHopkinsBackPainOsteoporosisHealthAlert_713-1.html