แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Factors to considering whch medicine can be stopped – The prescribing cascade แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Factors to considering whch medicine can be stopped – The prescribing cascade แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ปัจจัยสำหรับพิจารณาการหยุดยา P9 : Factors to considering whch medicine can be stopped – The prescribing cascade

June 26, 2014

ได้กล่าวมาแล้วว่า...
คนสูงอายุส่วนใหญ่มักมีหลายโรค และกินยาหลายขนาน
จากการกินยาหลายขนานนี้เองที่ทำให้พวกเขามีโอกาสเกิดผลข้างเคียง
หรือเกิดอาการจากปฏิกิริยาระหว่างยา  และประเด็นที่น่าเป็นห่วง  คือ มี
คนสูงอายุจำนวนหนึ่งมาด้วยอาการเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง  ซึ่งอาจเป็นอาการ
ของผลข้างเคียงที่เกิดจากการกินยา...  แทนที่จะหยุดยาที่เป็นต้นเหตุ  แต่
ผู้ทำการรักษากลับทำการรักษาอาการที่เกิดขึ้นใหม่ด้วยยาอีกตัว  เพื่อทำ
การรักษาอาการที่เกิดใหม่...

การทำเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นการเพิ่มจำนวนยา
ให้แก่คนไข้ ทำให้คนไข้ได้รับยาเพิ่มมากขึ้น (prescribing cascade)
เป็นการซำ้เติมคนไข้...ด้วยการเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ยา  หรือเกิดผล
ผลอันไม่พึงปราถนาจากปฏิกิริยาระหว่างยาขึ้นได้

วิธีที่ถูกต้องกระทำได้ง่ายนิดเดียว นั้นคือ ตรวจสอบให้ได้ว่า  ปัญหาที่เกิด
เป็นผลมาจากยาตัวใด?    และการแก้ไขคือการหยุดยา...
ไม่ใช่เพิ่มยาให้แก่คนไข้

ยกตัวอย่าง:

o คนไข้สูงอายุได้รับยา amitriptyline สำหรับรักษาอาการปวดปวดที่เกิดร่วม
กับภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และ/หรือภาวะท้องผูก    แต่ลืมไปว่า 
 ยา amitriptyline มีฤทธิ์ anticholinergic สามารถทำให้เกิดอาการปัสสาวะกักเก็บ
(urinary retention)  เป็นให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (overflow incontinence)

ในกรณีดังกล่าว หากแพทย์ผู้ทำการรักษาไม่ทราบเรื่องนี้  เขาอาจสั่งยารักษา
อีกตัว ชือ oxylbutynin ให้แก่คนไข้ และยาที่สั่งให้แก่คนไข้กลับเป็นยาที่มีฤทธิ์ 
anti-cholinergic เหมือนกับยา amitriptyline ซึ่งจะทำให้อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
เลวลงกว่าเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น จากการใช้ยาที่มีฤทธิ์ anti-cholinergic action
ยังทำให้คนไข้ท้องผกูกได้อีกด้วย และหากแพทย์ยังไม่เข้าใจอีก  ทำให้เขา
หรือเธอสั่งยาให้แก่คนไข้เพิ่มเข้าไปอีก

จากตัวอย่างที่เสนอ ปัญหาเริ่มต้นด้วยยา amitriptyline เพียงตัวเดียว   แทนที่
จะหยุดยาที่เป็นตัวก่อให้เกิดปัญหา แต่แพทย์ผู้ทำการรักษากลับเพิ่มยาให้แก่คน
ไข้อีกสองขนาน   ซึ่งเป็นวิธีการทีไม่ถูกต้อง...าเป็นการทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
ที่ถูกต้อง  และควรกระทำคือ  การหยุดยาตัวแรก (amitriptyline) เท่านั้นเอง 

o คนไข้ได้รับยากลุ่ม calcium channel blocker มาระยะหนึ่ง ต่อมาเกิดมีอาการบวม
ที่บริเวณข้อเท้า  กรณีเช่นนี้  ไม่จำเป็นต้องสั่งยาลดบวม diuretics .ให้แก่คนไข้
เพราะไม่มีประโยชน์ต่อการกระทำดังกล่าว
.วิธีรักษาเพียงแค่หยุดยาตัวที่เป็นต้นเหตุเท่านั้นเอง

o คนไข้รายใดก็ตามที่รับประทานยากลุ่ม NSAIDs สามารถทำให้เกิดภาวะ dyspepsia, 
hypertension หรือ heart failure... ในกรณีเช่นนี้ แทนที่จะสั่งยารักษา เราเพียงแค่หยุดยา
NSAIDs  ก็เพียงพอแก่การ...


<< BACK     NEXT >> P. 10: What are the likely consequences of stopping medicines?

ปัจจัยสำหรับพิจารณาการหยุดยา P8 : Factors to considering whch medicine can be stopped – Adherence

June 26, 2014

จากการตรวจสอบการใช้ยาของคนสูงอายุ...
ได้พบเห็นคนสูงอายุจำนวนหนึ่ง เข้าใจเอาเองว่า การกินยาจำนวนหลายตัว
มีโอกาสทำให้เกิดไตวายได้ จึงเป็นเหตุทำให้เขาไม่กินยาตามแพทย์สั่ง
มีการกินยาไม่สม่ำเสมอ,  กินบ้าง ไม่กินบ้าง , หรือลดขนาดลงเองบ้าง  โดย
เชื่อว่า  การทำเช่นนั้นจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่ตัวเองเชื้อว่าจะเกิด...

เพื่อประโยชน์ของตัวคนไข้สูงอายุเอง...
สิ่งที่เราจำเป็นต้องกระทำ คือ ทำการตรวจสอบดูว่า คนไข้กินยาทุกตัวตามที่
แพทย์สั่งทำตัวหรือไม่ ?  ถ้าไม่เข้าใจ...ให้ถามดูว่า “ทำไม ?”

ท่านต้องตรวจสอบดูว่า พวกเขาเข้าใจในเป้าหมายของการกินยารักษาหรือไม่ ?
และอย่าลืมถามถึงผลข้างเคียงที่เกิดจากการกินยา

ถ้าคนไข้ไม่กินยา...เขายังอยู่เป็นปกติ ไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใดเกิดขึ้น
ในกรณีเช่นนี้ ท่านสมารถหยุดยาได้ทันที ยกตัวอย่าง เช่น ยา Corticosteroid inhaler s
ซึ่งใช้รักษาโรคถุงลมโป่งพอง (COPD)  เป็นต้น...

<< BACK     NEXT >> P. 9 : Factors to considering whch medicine can be stopped –
  The prescribing cascade