วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาการเสียดุลของคนสูงอายุ P. 2 (balance problemin elderly): Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) & Symptoms)

Aug. 25, 2013

อาการของ BPPV

ในบางครั้ง ผลึกของ “แคลเซี่ยม คารบอเนต” ที่อยู่ในหูชั้นใน
(otolith organs) เกิดหลุดออกจากที่มันเคยอยู่เข้าไปอยู่ในท่อครึ่งวงกลม 
(semiciurcular canals) โดยอาจเกิดจากหูอักเสบติดเชื้อ, 
ศีรษะโดนกระแทก,  จากการผ่าตัดหู, หรือชราภาพ

เมื่อมีการเคลื่อนไหวศีรษะ   ผลึกที่เคลื่อนหลุดเข้าไปในท่อครึ่งวงกลม
สามารถรบกวนการทำงานของเซลล์รับความรู้สึก (sensory hair cells)
ซึ่งมีหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังสมอง และทำให้เกิดอาการวิงเวียนขึ้น

ภาวร  BPPV สามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลัน และมีอาการรุนแรง
เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนสูงอายุ  ทำให้เกิดอาการบ้านหมุน (vertigo)
ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในขณะที่มีการเคลื่อนไหว, ยืนขึ้น,  ผลิกตัวบนที่นอน,
หรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของศีรษะเพียงเล็กน้อย
สามารถทำให้อาการเลวลงได้

ในรายที่มีอาการรุนแรง  มักจะมีลักษณะเป็นๆ หายๆ  ในระยะสั้น ๆ
โดยแต่ละครั้ง  จะต่ำกว่าหนึ่งนาที   และมีแนวโน้มที่เกิดได้หลายวัน
 นอกจากอาการบ้านหมุน (vertigo) แล้ว  อาจมีอาการอย่างอื่นเกิดร่วมได้  เช่น:

 วิงเวียน และมีอาการมีนศีรษะ หน้ามืดจะเป็นลม
 รู้สึกความมั่นคง...โงนเงน เหมือนจะล้ม และศูนย์เสียการทรงตัว
 สายตาพล่ามัว
 ลูกตากะตุก(side-to-side) อย่างรวดเร็ว
 คลื่นไส้ & อาเจียน
 ปวดศีรษะไมเกรน

<< PREV        NEXT >> P. 3 Labyrinthitis (acute vestibular neuritis)

ปัญหาการเสียดุลของคนสูงวัย P. 1 (balance problemin elderly):Inner Ear Problems and their Symptoms

Aug. 25, 2013


ภายในหูชั้นใน หรือ จะเรียกว่า labyrinth ก็ได้
มันประกอบด้วยโครงสร้างเล็ก ๆ ทำงานร่วมเป็นระบบการทรงตัว
(vestibular system ) ซึ่งประกอบด้วย ท่อครึ่งวงกลม (semicircular canals)
มีน้ำ (endolymph) บรรจุอยู่ภายใน  ทำหน้าที่ในการควบคุมความสมดุล
ของร่างกาย

ภายในท่อครึ่งวงกลมทั้งสาม จะมีเส้นขนเส้นเล็ก ๆ สามารถก่อกำเนิด
คลื่นบอกสมองให้รับทราบตำแหน่งของศีรษะ รวมถึงการเคลื่อนไหวของ
ของศีรษะตามแนวหมุน (rotating)...เช่น พยักหน้า (ก้มหัว & เงยหน้า)
และหันศีรษะไปทางซ้าย...ขวา

นอกจากนั้น เรายังพบอีกว่า ภายในหูชั้นใน
มีผลึกเม็ดเล็กๆ ของ calcium carbonate ...อยู่ในส่วนที่เป็น otolith organs
ซึ่งเป็นหนึ่งในหูชั้นใน  ซึ่งที่ทำหน้าที่บอกให้สมองได้ทราบถึงการเคลื่อนไหว
ของศีรษะ ในแนวเส้นตรง  เช่นการยืนตรง หรือนั่งรถ ขับจักรยาน...

มีนักวิจัยจำนวนไม่น้อยรายงานไว้ว่า...
เมื่อคนเราแก่ตัวขึ้นเซลล์ประสาทเกี่ยวกับความรู้สึกภายในหูชั้นใน
จะลดจำนวนลงเมื่อคนอายุมากกว่า 55....และจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อคนแก่มากขึ้น
นั้นคือสาเหตุที่ทำให้คนสูงอายุเกิดการสูญเสียความสมดุลได้

โรคของหูชั้นใน (Labyrinth) ที่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกว่า
วัตถุสิ่งของที่อยู่รอบตัวหมุน (vertigo) ซึ่งพบได้บ่อยได้แก่:

 Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)
 Labyrinthitis or acute vestibular neuritis
 Meniere’s disease
 Migrainous vertigo
 Acoustic neuroma.

 NEXT >> P. 2 Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) & Symptoms

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาพบบ่อยในการเสียศูนย์ P. 3 : What are some types of balance disorders?

Aug. 24 , 2013

“....... ในเมื่อเราไม่ทราบว่า ศัตรูของเราเป็นใคร...
แล้วเราจะชนะมันได้อย่างไรเล่า...... ?”

มีบางครั้ง เราไม่สามารถทราบว่า
ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียความสมดุลคืออะไร...
ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้รับผิดชอบจะต้องค้นหากันต่อไป...
ประเด็นที่ต้องการจะเสนอให้ทราบ คือสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียดุล
ที่พบได้บ่อยได้แก่:

Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV):
BPPV...บางครั้งเราจะเรียกว่า postional vertigo เป็นปรากฏการณ์
ของความรู้สึกวิงเวียนชนิด "หมุน" ( vertigo)  
ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงสั้น ๆ ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง
ของศีรษะในบางท่วงท่าเป็นการเฉพาะ...

ถ้าท่านเป็น BPPV...
ท่านอาจมีความรู้สึกว่า  ตัวท่านเองหมุนทั้งๆ ที่ตัวท่านอยู่กับที่ไม่มีการ
เคลื่อนไหวใด ๆ  เช่น  เกิดขึ้นในขณะท่านเงยหน้ามองบนชั้นวางของที่อยู่ใน
ระดับสูง หรือต่ำกว่าระดับสายตา   หรือเกิดขึ้นในขณะที่ท่านมองข้ามไหล่
ตนเองขณะถอยรถยนต์...

นอกจากนั้น ท่านอาจมีอาการของ BPPV...
ซึ่งเกิด ในขณะที่ท่านนอนผลิกตัวบนเตียงนอน

โรค BPPV เกิดขึ้นได้เมื่อเม็ด otoconia หลุดออกจากถุง utricle
ในหูชั้นใน (labyrinth) เข้าในท่อครึ่งวงกลม (semicircular canals)  
และไปก่อกวนการส่งคลื่นสัญญาณของอวัยวะรับความรู้สึก (steriocilia) 
จึงเป็นเหตุใหเกิดอาการวิงเวี่ยน และบ้านหมุนได้

โรค BPPV.... บางครั้งอาจเป็นผลจากการได้รับอุบัติเหตุ 
ศีรษะถูกกระแทก 
หรืออาจเป็นเพราะ คนเราย่างเข้าสู่วัยชรา  เป็นเหตุให้หูชั้นในเสื่อมสภาพไป... 
จึงมีคนกล่าวว่า  " อาการวิงเวียน...มันเป็นโรคของคนแก่....

Labyrinthitis:


หูชั้นใน (inner ear)  มีอีกชื่อเรียกว่า labyrinth
Layrinthitis คือการอักเสบของหูชั้นใน  เป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการวิงเวียน 
และสูญเสียความสมดุล หรือเสียศูนย์ไป  ส่วนใหญ่แล้ว มักจะเกิดร่วมกับ
หลอดลมอักเสบ (upper respiratory infection)  ที่พบบ่อยได้แก่  
หลังการเป็นโรคไข้ไหวัดใหญ่ (flu)

Meniere’s disease:




เป็นโรคที่มีความผิดปกติในหูชั้นใน  
โดยปริมาณของน้ำ (endolymph)ในหูชั้นใน  มีปริมาณมากกว้่าปกติ 
เป็นเหตุอย่างหนึ่งที่ำทำให้เกิดอาการวิงเวียนบ้านหมุ, การได้ยินเสียงเสียไป
เป็นบางครั้ง บางครา,  มีเสียงในหู,  หรืออากาารหูอื้อ...

ในขณะนี้เราไม่ทราบว่า อะไรทำให้เกิดเป็นโรคดังกล่าว

Vestibular neuritis:



เป็นการอักเสบของเส้นประสาท vestibular nerve  โดยเชื่อว่า 
น่าจะมีต้นเหตุจากเชื้อไวร้สก็ได้  อาการหลักของโรคดังกล่าว คือ vertigo

Perilymph fistula:


เป็นโรคที่เกิดจากการ “รั่ว” ของน้ำจากหูชั้นใน (inner ear) ไหลเข้าสู่
หูชั้นกลาง   ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายหลังศีรษะถูกกระแทก, หรือเป็นผลมาจาก
มีการเปลี่ยนแปลงในความดันบรรยายกาศอย่างรุนแรง 
เช่น การดำน้ำลึก


นอกเหนือจากนั้น ยังเกิดจากการออกแรงมากเกินไป, 
ได้รับการผ่าตัดหู,   หรือได้รับการอักเสบเรื้อรังของหู

อาการที่เกิดจากโรคดังกล่าว  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจดจำ 
คือ นอกเหนือจากมีความรู้สึกวิงเวียน และคลื่นไส้แล้ว โรคดังกล่าวยังทำ
ให้เกิดการเสียศูนย์ (unsteadiness) ในขณะเดิน หรือเกิดขึ้นในขณะยืน
อาการจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมกำลังทำกิจกรรม และจะลดลงเมื่อได้พัก

เด็กบางคนอาจเกิดมาพร้อมกับโรคดังกล่าว (perilymph fistula
ซึ่งมักจะอาการหูหนวกต้งแต่แรกเกิด...

Mal de debarquement syndrome (MdDS):
เป็นการเสีญศูนย์ หรือเสียดุล...
มักจะเกิดขึ้นในขณะทีท่านเดินทางโดยการนั่งเรือ  หรือนั่งเครื่องบิน...
ซึ่งจะทำให้เกิดมีอาการวิงเวียน, คลื่นไส้   ส่วนมากอาการจะหาย
เมื่อเรือถึงฝั่ง  โดยอาการจะหายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วัน
แต่สำหรับรายที่เป็นรุนแรง อาจกินเวลานานเป็นเดือน 
หรือบางทีอาจนานเป็นปีได้

<< Prev.  Next >> How is a balance disorder diagnosed?





ปัญหาการเสียดุลของคนสูงอายุ P. 3 (balance problemin elderly): Labyrinthitis (acute vestibular neuritis) & Symptoms


Aug. 25, 2013

Inner ear infection (Labyrinthitis)

การอักเสบ และบวมของหูชั้นใน (labyrintyh)...
สามารถทำให้เกิดอาการบ้านหมุนได้อย่างรุนแรง อย่างต่อเนื่อง  
โดยเกิดขึ้ยอย่างฉบพลัน และเป็นนานหลายวัน

สาเหตุหลักที่ทำให้หู้ชชั้นในเกิดการอักเสบ 
ได้แกา  การอักเสบของทางเดินของลมหายใจช่วงบน จากการติดเชื้อ
แบคทีเรีย หรือจากเชื้อไวรัส  นอกจากนั้นยังพบอีกว่า  ภายใต้วิตกกังวล, 
ภาวะเหนื่อยเพลีย, โรคภูมิแพ้, สูบบุหรี่,  หรือดื่มแอลกอฮอล...
ต่างสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของหูชั้นในได้

เมื่อเกิดการอักเสบของหูชั้นในขึ้น จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้,  อาเจียน, 
สูญเสียความสมดุล และหูหนวกได้  แต่สามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน
ซึ่งอาจทำให้ท่านต้องนอนพักหลายวัน



วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาที่พบบ่อยในคนเสียศูนย์ P. 6 : What causes a balance disorder?

Aug 22 , 2013


การเสียศูนย์ หรือการเสียความสมดุล (Imbalance)...
นอกจากเป็นผลมาจากผลึกของ calcium carbonate  หลุดเข้าไปในท่อครึ่งวงกลม
ซึ่งเป็นอวัยวะเกี่ยวกับการทรงตัวแล้ว  การสูญเสียความสมดุลในคนสูงวัย
ยังอาจเกิดจากการอักเสบของหู   จากการติดเชื้อไวรัส   หรือแบคทีเรีย, 
บาดเจ็บของศีรษะ,  หรือมีความผิดปกติในการไหลเวียนของเลือด 
ซึ่งมีผลกระทบต่อหูชั้นใน (inner ear) และสมอง (brain)

มีคนสูงอายุหลายนาย พอมีอายุย่างเข้าสู่วัยชรา  จะมีปัญหาเรื่องการทรงตัวได้

นอกจากนั้น เรายังพบอีกว่า ปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว ยังเป็นผลมาจาก
การรับประทานยารักษาบางอย่างได้

โรค หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบสายตา, ระบบของกระดูก, ระบบประสาท
และระบบการไหลเวียนของเลือด ต่างสามารถก่อให้เกิดการสูญเสียการทรงตัว
หรือสูญเสียศูนย์ได้ทั้งนั้น

โรคในระบบการไหลเวียนของเลือดที่พบบ่อย คือ ความดันโลหิตต่ำ
ซึ่งเกิดจากคนสูงอายุที่มีความดันโลหิตต่ำเป็นทุนเดิม...
หรือเป็นเพราะรับทานยาบางอย่าง  สามารถทำให้เกิดความรู้สึกวิงเวียนได้
โดยเฉพาะัมักจะเกิดในขณะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว



ปัญหาของระบบกระดูก (skeletal) และระบบการมองเห็น (visual System)
ซึ่งพบได้บ่อยได้แก่  ข้ออักเสบ (arthritis)  และกล้ามเนื้อของลูกตาเสียความสมดุล
 อาจทำให้เกิดปัญหาการเสียศูนย์ได้

นอกจากที่กล่าว  อาจมีสาเหตุอย่างอื่น  ซึ่งสามารถเกิดขึ้นอาการได้อย่างฉับพลัน
โดยไม่สามารถพบสาเหตุได้เลย

<< Prev.


https://www.nidcd.nih.gov/health/balance/pages/balance_disorders.aspx#top

ปัญหาที่พบได้บ่อยในคนเสียศูนย์ (Balance problem) P. 5 : What are the symptoms of a balance disorder?

Aug. 22, 2013

เพื่อใหเข้าใจตรงกัน...
มีประโยคข้อความที่สมารถใช้แทนกันได้อยู่สามคำประโยคด้วยกัน 
นั้นคือ   “ การเสียความสมดุล”, “ การเสียการทรงตัว” 
และ “การเสียศูนย์”  ซึ่งหมายความว่า   
ท่านมีความรู้สึกว่า สิ่งที่อยู่รอบตัวท่านกำลังหมุน หรือตัวท่านเอง
อาจมีอาการโงนเงนในขณะเดิน , หรือก้าวย่างด้วยท่าทางไม่มั่นคง  
หรือiรูสึกเหมือนจะหกล้มในขณะที่ท่านลุกขึ้นยืน หรือล้มหงายหลัง....

เราจะเห็นว่า คนที่เสียความสมดุลอาจมาพบแพทย์ด้วยความรู้สึกได้

หลายอย่าง ดังต่อไปนี้:

 มีความรู้สึกวิงเวียน,  สิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุน  หรือตัวของท่านหมุน
 เกิดหกล้ม หรือมีความรู้สึกเหมือนจะหกล้ม
 มึนศีรษะ, หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม, หรือรู้สึกเหมือนตัวลอยบนอากาศ
 มีสายตาพล่ามัว
 เกิดอาการสับสน ทั้งสถานที่ และการเวลา  


นอกจากอาการดังกล่าว  ท่านที่เสียความสมดุลอาจมีอาการคลื่นไส้ , อาเจียน,
ท้องร่วง,   หัวใจเต้นเร็ว ,  และระดับความดันโลหิตเปลี่ยนไป,
เกิดมีความกลัว, ตื่นตระหนก หรือ วิตกกังวล                                          

บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยเพลีย, ซึมเศร้า  หรือเกิดการสูญเสียสมาธิ
และมีอาการหลายอย่าง   ซึ่งอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น ๆ แล้วหายไป
หรืออาจไม่ยอมหายไปใหน แต่มีอาการต่อเนื่องติดต่อเป็นเวลานาน

<< Prev.  Next >> What causes a balance disorder ?

ปัญหาพบบ่อยในการเสียศูนย์ P 4 : How does the vestibular system work?

 Aug. 20,2013
ระบบการทรงตัว (vestibular system)...
จะทำงานร่วมกับระบบประสาทที่รับความรู้สึก และการเคลื่อนไหว 
(sensorimotor system) อันได้แก่  ระบบสายตา(visual system) ,กระดูก และข้อ 
(skeletal and joints)  โดยทำหน้าที่ตรวจสอบ และทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพ
ที่สมดุลทั้งขณะพักผ่อน  และในขณะมีการเคลื่อนไหว


ระบบการทรงตัวทำงานได้อย่างไร ?

หน้าที่ของระบบดังกล่าว ต้องอาศัยองค์ประอบสองส่วน คือ  
semicircular canals)   และ  otolith organs ซึ่งอยู่ภายในหูชั้นใน  (inner ear) 
โดยทำหน้าที่ตรวจจับแรงเชิงกล (mechanical force) และแรงอันเกิดจากความ
โน้มถ่วงของโลก   ซึ่งกระทำต่อระบบการทรงตัว (vestibular system) โดยตรง

ใน semicircular canals จะเป็นท่อครึ่งวงกลม  มีน้ำ (endolymh) บรรจุอยู่ภายใน
จำนวน 3 อัน   ซึ่งตั้งฉากซึ่งกัน และกัน...โดยมีหน้าที่บอกสมองให้ทราบว่า
ศีรษะมีการเคลื่อนตัวในแนวหมุน (rotating) อย่างไร 
เช่น ศีรษะเคลื่อนขึ้นลงในขณะพยักหน้า หรือหันไปมองซ้าย และด้านขวา

ตรงบริเวณฐานของท่อครึ่งวงกลม...มีลักษณะอ้วนกว่าส่วนอื่น  
ภายในมีองค์ประกอบที่สำคัญ  มีรูปร่างเหมือนหยดน้ำ (raindrop) มีเยื้อหุ้มบาง ๆ  
มีชื่อเรียกว่า cupula  ภายในมีเป็นของเหลวสาร gelatin (gel-like substance)  

ตัว cupula จะอยู่บนกลุ่มเซลล์รับความรู้สึก มีชื่อว่า hair cells และจากเซลล์ดังกล่าว
มีส่วนลักษณะเหมือนเส้นขน  ยื่นเข้าไปในสาร gelatin ที่อยู่ใน cupula
เส้นขนที่ยื่นออกไป มีชื่อเรียก stereocilia  ซึ่งมีความแตกต่างจากขนทั่วไป  
ตรงที่  stereocilia มันสามารก่อให้เกิดคลื่นคำสั่ง (signals) ส่งไปยังสมองได้...

เมื่อศีรษะเคลื่อนไหว....น้ำ (endolymph) ภายในท่อครึ่งวงกลมจะเคลื่อนไหวตาม
และจากการเคลื่อนไหวของน้ำ  (endolymph) ภายในท่อครึ่งวงกลมดังกล่าว  
จะทำให้ส่วนที่เรียก cupula   เกิดเอนเอียงไป  และทำให้ขน หรือ stereocilia 
เฉ (tilt)ไปอีกทาง

จากการที่ stereocilia เฉไปจากตำแหน่งเดิมนี้เอง ...
เป็นการกระตุ้นให้มันส่งคลื่น (signals) ไปยังสมอง...บอกให้สมองได้ทราบว่า 
ศีรษะมีการเคลื่อนไหว  พร้อมกับบอกตำแหน่งให้สมองรู้ด้วยว่า 
ศีรษะอยู่ในตำแหน่งใด

ในหูชั้นใน (labyrinth) นอกจากมีท่อครึ่งวงกลมแล้ว ยังมีส่วน คือ otolith organs 
ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่มีลักษณะคล้ายถุงเล็กๆ  จำนวนสองถุง
มีชื่อเรียกวา utricle  และ  saccule.... ภายในบรรจุด้วยน้ำ endolymph 

Otolith organs จะทำหน้าที่บอกให้ สมองได้ทราบว่า ร่างกายมีการเคลื่อนไหว
ตามแนวเส้นตรง เช่น การยืนตรง หรือการนั่งรถ หรือปั่นจักรยาน 
นอกจากนั้น มันยังบอกให้สมอง ว่า  เมื่อสัมพันธ์กับแรงโน้มถ่วงของโลกแล้ว 
ศีรษะของคนเราอยู่ในตำแหน่งใด  เช่น นั่งตรง, เอนไปข้างหลัง หรือนอนราย เป็นต้น

การทำงานของ utricle และ saccule จะคล้ายกับการทำงานของท่อครึ่งวงกลม  
โดยโครงสร้างทั้งสอง มีเซลล์รับความรู้สึก (sensory hair cells)
อยู่ที่ส่วนก้น (bootom) ของถุง  และเซลล์ขนดังกล่าว จะมีลักษณะ และการทำงาน
เหมือนกับเซลล์รับความรู้สึกใน cupula ทุกประการ  

โดย "เซลล์ขน" จะมีส่วนที่เป็นเส้นขนยื่นออกไปยังสารที่เป็นของเหลวคล้าย gelatin 
ซึ่งวางทับอยู่ด้านบนของเซลล์รับความรู้สึก(sensory hair cells) อีกทีหนึ่ง
และมีสาร calcium carbonate  เป็นเม็ด ๆ รวมเป็นกลุ่มวางทับบนสาร gelatin  
มีชื่อเรียกว่า  otoconia...

ส่วนที่เป็นขนของเซลล์รับความรู้สึกดังกล่าว  จะยื่นเข้าไปในของเหลว
ซึ่งวางตัวอยู่บนผิวของมัน  เรียกว่า stereocilia เช่นกัน
และของเหลว (gel -like substance) ที่วางอยู่บนผิวด้านบน sensory hair cells
ดังกล่าว จะมี สาร calcium carbonate   เป็นเม็ดรวมตัวกันเป็นกลุ่ม
มีชื่อเรียกว่า otoconia

ในขณะที่คนเรากำลังเอียงศีรษะ...
แรงโน้มถ่วงของโลก จะดึงเม็ด (grains) ของ calcium carbonate ลงสู่เบื้องล่าง  
พร้อมกับมีผลกระทบต่อขน (stereocilia) ยื่นออกมาจาก  Hair cells ด้วย  
ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ stereocilia ส่งสัญญาณไปบอกให้สมอง
บอกให้สมองได้ทราบถึงตำแหน่งของศีรษะ





สำหรับระบบสายตา (visual system)...
มันจะทำงานร่วมกับระบบการทรงตัว (vestibular system) เพื่อทำให้
เราสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนขณะที่ศีรษะมีการเคลื่อนไหว  และ
บอกให้เรา
ได้ตระหนักรู้ถึงตำแหน่งของร่างกายขณะเดิน หรือขณะนั่งนั่งรถยนต์

โดยสรุป...ตัวรับความรู้สึก (sensory receptors) ในบริเวณข้อ และกล้ามเนื้อ
ของเรา  ช่วยเราให้รักษาความสมดุลของร่างกายในขณะที่มีการเดิน หรือการยืน

สมองมีบทบาทสำคัญในการรับข้อมูล, ประเมินผล, และผ่านกระบวนบูรณาการ
ข้อมูลทั้งหลายจากระบบต่างๆ ที่ได้รับจากระบบทั้งสาม (หูชั้นใน. ตา และข้อ-กระดูก)
เพื่อนำไปสู่การควบคุมการทรงตัวของคนเราให้เป็นไปตามปกติ