วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Stress-related Back Pain: Introduction


เป็นที่รู้กันว่า  เมื่อใครก็ตามมีปัญหาเรื่องปวดหลัง   เขาจะมีความรู้สึกทางด้านจิตใจ  และด้านอารมณ์
เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไม่มากก็น้อย 
ปัจจัยทางอารมณ์ และทางด้านจิตใจ  มีความสำคัญต่อการทำให้อาการปวดหลังเลวลงได้ 
แต่ขณะเดียวกัน ความเครียด  และความกังวลใจ   ก็เป็นสาเหตุ  ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน  

คนไข้ส่วนใหญ่  เขาจะไม่ยอมรับหรอกว่า  อาการปวดหลังของตนนั้นมาจากความเครียด
และนั่นเป็นสาเหตุอย่างหนึ่ง  ที่ทำให้คนไข้ต้องเปลี่ยนแพทย์ไปเรื่อย ๆ

นั่นคือความจริงอย่างหนึ่ง  ที่ปรากฏพบในการรักษา...
เมื่อคนไข้ไม่มีความเชื่อ  ไม่มีความศรัทธา...การรักษาใด ๆ ย่อมปราศจากผล


ลองมาดูซิว่า  อาการปวดหลัง  โดยมีต้นเหตุมาจากความเครียด (stress-related back pain)
มันเป็นอย่างไรกัน ?

เมื่อเราวินิจฉัยว่า  คนไข้เป็นโรคปวดหลัง  มีสาเหตุมาจากความเครียด  ยอมหมายความว่า 
อาการปวดหลัง  ไม่ใช้มาจากการติดเชื้อ หรือร่างกายได้รับบาดเจ็บ จากสาเหตุอะไรสักอย่าง
และอาการปวดที่เกิดขึ้น   เป็นของของจริง
ไม่ใช้จินตนาการ (imaginary)  

How does stress cause pain?

ความเครียด  ทำให้เกิดความเจ็บปวดได้อย่างไร ?
Dr. John Sarno  แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค  เป็นผู้ทำให้เรื่อง Stress-related back pain
ให้เป็นที่รับรู้กันอย่างแพร่หลาย..โดยเขาได้เรียกชื่อโรคทีเขาพบใมนคนไข้ของเขาว่า   
เป็นโรค Tension myositis syndrome
ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรค...ที่เกิดจากความเครียดเป็นเหตุ

ได้มีหลายทฤษฎีที่กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เกิด  stress-related back pain

ตามความคิดของนาย John Sarno  เขาคิดว่า  มีอะไรสักอย่างที่ไป “ก่อกวนกระดูกสันหลัง”
และเชื่อว่า  สิ่งที่ไปก่อกวนสันหลังนั้น  มีสาเหตุจากอารมณ์และจิตใจ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในการรักษาคนไข้ปวดหลัง  ที่มีต้นเหตุจากอารมณ์ และจิตใจ 
หากการรักษามุ่งเน้นไปที่ร่างกายอย่างเดียว   ผลของการรักษาจึงไม่ประสบผล 

จากการรักษาคนไข้ปวดหลัง  โดย   Dr. Sarno  ด้วยการรักษาด้านกายก็จริง 
แต่เขาจะเน้นไปที่อารมณ์และจิตใจเป็นสำคัญ  จึงได้รับผลของรักษาเป็นที่พอใจ 
แต่ก็ก่อให้เกิดมีการโต้เถียงกันในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง
เพราะไม่มีผลงานทางวิจัยที่เพียงพอ  ที่สามารถสนับสนุนความคิดเห็นของ Dr. Sarno  ได้

How Does Stress Cause Pain ?

มีทฤษฎีมากมาย  ที่โยงใยเกี่ยวข้องกับสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดหลังจากความเครียด
แต่ทฤษฎีที่เด่นที่สุด  เห็นจะเป็นทฤษฎีต่าง ๆ   ที่ลงความเห็นว่า
 ผลจากความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตและอารมณ์ (psychological & emotional factors)
 เป็นมูลเหตุก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในกาย (physical changes)  
และการเปลี่ยนแปลงที่กาย  ได้ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดที่บริเวณหลังขึ้น


ได้มีทฤษฎีจำนวนมากมาย  ที่เน้นถึงความผิดปกติ หรือแปรปรวนทางอารมณ์ และด้านจิตใจ
ว่าเป็นต้นเหตุนั้นของอาการปวดหลังนั้น  พวกเขาได้ชี้ให้เห็นปรากฏการณ์หลายอย่าง 
จนเป็นเหตุทำให้คนไข้  มีความตื่นกลัว  และกังวลใจกับอาการปวดหลังของเขา 
ถึงขั้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ


ปรากฏการณ์ (events) ของอาการปวดหลังของคนไข้พวกนี้  มีดังนี้:

·         อาการปวดหลังของเขา  ไม่ทำให้เขายุติการทำงาน  เขายังทำงานได้ตามปกติ 
มีเวลาว่างสำหรับพักผ่อนได้เหมือนคนทั่วไป
·         การที่กิจกรรม  การงานของคนไข้ในกลุ่มนี้จะลดลงไป  เป็นเพราะพวกเขาเกิดมีความกลัว
ต่อการที่จะได้รับบาดเจ็บ
·         คนไข้พวกนี้  จะมี ความกลัว  และความกังวลมากยิ่งขึ้น  ยิ่งพบหมอมากหมอ...
แต่ละท่านจะแนะนำด้วยความหวังดี   ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มความกังวล 
และความเครียดให้คนไข้มากขึ้น...เช่น  จากการตรวจร่างกายพบความผิดปกตินิดหน่อย (mild scoliosis) 
หรือกระดูกสันหลังเสื่อมตามอายุ (degeneration)  แล้วบอกว่า  อันนี้แหละคือสาเหตุของความปวดหลัง...
.พร้อมกับจ่ายยาให้ .... แต่แล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น

จะให้ดีได้อย่างไร  ในเมื่อสิ่งที่ตรวจพบนั้น  ไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง 
สิ่งที่แพทย์มอบให้  จึงเป็นการเพิ่มความเครียด และความกังวลมากขึ้น  จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่มคนไข้มี
อาการปวดหลังเหมือนเดิม  หรือมีเพิ่มมากขึ้น

·         ส่วนมาก  คนไข้พวกนี้ไม่ยอมเคลื่อนไหวเลย  ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะถดถอยทางร่างกาย 
ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง (weakness) และกล้ามเนื้อยึดติด  (tight)  เป็นสาเหตุของความเจ็บปวด
ทางด้านร่างกายเพิ่มขึ้น

จากปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่กล่าวมา  ความกังวล  และความเครียด  เป็นสาเหตุทำให้คนไข้มีความเจ็บปวด
เมื่ออาการไม่หาย  หรือมีมากขึ้นยิ่งทำให้เกิดความกลัวเพิ่มขึ้น
จากความกลัวที่เกิดขึ้น  จะนำไปสู่ความถดถอยทางด้านร่างกาย...พร้อมกับมีสิ่งไม่ดีอีกหลายอย่างตามมา 
เช่น  ทำให้แยกตัวเองจากสังคม  เกิดอาการซึมเศร้า  มีความกังวลใจ...

>> cont


วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Diabetic diet: Guidelines for healthy plan


มีปัญหาอย่างหนึ่ง  ที่คนเป็นโรคเบาหวาน ชอบถามกันเสมอ

“ฉันควรรับประทานอาหารอย่างไร?”

อย่างไรก็ตาม  คนเป็นโรคเบาหวาน  เป็นโรคที่มีความผิดปกติในเมตาบอลิสซึ่ม 
ที่มีผลเกี่ยวเนื่องกับร่างกายใช้พลังพลังจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น   เมื่อจะพูดถึงอาหารของคนเป็นเบาหวาน

เช่นคำว่า  “อาการของคนเป็นเบาหวาน” (diabetic diet)  ซึ่ง จะมีการห้ามรับประทานน้ำตาล
 และรายชื่อเป็นหางว่าวเกี่ยวกับอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง

ตามความเป็นจริงแล้ว  นักโภชนาการ หรือแพทย์ผู้ทำการรักษาทั้งหลาย 
เขาจะแนะนำอาหารให้คนเป็นเบาหวานเหมือนกับประชาชนคนทั่วไปเขารับประทานกัน
แต่มีการเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า จะต้องมีการควบคุมน้ำหนักตัว กับระดับน้ำตาล  ระดับความดัน
 และ Cholesterol ให้ใกล้เคียงกับระดับปกติเท่านั้นเอง

หลักพื้นฐานมีว่า  เราทุกคนจะต้องรับประทานอาหารที่สมดุล (balanced diet) มีครบทุกหมวดหมู่
โดยย่ำว่า  ต้องรับประทานอาหารผัก  ผลไม่  เนื้อไม่มีมัน (lean meat)  ขณะเดียวกัน 
ให้ระวังอย่าให้ระดับแคลอรี่เกิน  และต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

คุณที่เป็นเบาหวาน  จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงกับระดับปกติ 
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวให้ได้
 และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะสั้น (hypoglycemia) ให้ได้

และคุณจะต้องควบคุมระดับไขมัน  cholesterol และระดับความดันให้อยู่ในสภาพปกติ
 เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนทางหัวใจ (heart attack)  และสมอง (stroke)

นี่คือคำแนะนำสั้นๆ สำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน   หรือท่านใดก็ตาม 
ที่ต้องการรับประทานอาหารที่ให้ได้สุขภาพพิจารณา


·         รับประทานอาหารหลากชนิด  เพราะเราไม่มีอาหารชนิดใดเป็นอาหารที่ดีที่สุด

·         คุณจำเป็นต้องได้รับอาหารทุกอย่างให้ครบ (แป้ง  เนื้อ ไขมัน  ผัก ผลไม้) ทุกอย่างที่ร่างกายจะต้องได้รับ

·         รับประทานอาหารประเภทผัก ให้มากเอาไว้  สำหรับเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ให้รับประทานพวกปลาแทน

·         รับประทานอาหารที่ปรุงใหม่ ๆ  ใช้ของสดๆ ปรุงเอง  หลีกเลี่ยงอาหารกระป๋อง  หรือพวก fast food

·         อาหารประเภทไขมัน  ควรรับประทานไขมันพืช  ซึ่งเป็นพวก monosaturated fat และ polysaturated fat   ส่วนไขมันที่ได้
        จากสัตว์  ซึ่งเป็นพวก saturated fat.  ให้ละเว้นเสีย

·         เลือกอาหารประเภท carbohydrate อย่างชาญฉลาด  เช่น  พวกผลไม้  ผัก  เมล็ดธัญพืช (whole grains)  ถั่วฝัก ( ถั่ว ถั่วลันเตา)

นั่นคือแนวทางที่สั้นที่สุด  สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน

www.mayoclinic.com/health/diabetes-diet/DA00027

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Tendinitis: How to treat ?

 การวินิจฉัยโรคเอ็นอักเสบ  เป็นเรื่องไม่ยาก   เพียงอาศัยประวัติความเจ็บปวด  รวมถึงการตรวจร่างกาย
แพทย์เขาก็สามารถทราบได้ไม่ยาก
ในกรณีที่แพทย์เขาสงสัยว่า  มีอะไรซ่อนเร้นที่เป็นตัวทำให้เกิดอาการของเอ็นอักเสบ
เขาจะสั่งตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการณ์ต่อไป  เช่น ตรวจเลือด  รวมถึงการตรวจทางเอกซเรย์เพิ่มเติมให้กับท่าน

เอ็นอักเสบนั้น  ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับคนที่มีสุขภาพดีกันทั้งนั้น  มันอาจหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป
ส่วนมากแพทย์เบื้องตน   สามารถรักษาได้  แต่ในบางกรณี  อาจจำเป็นต้องให้แพทย์เฉพาะทาง เช่น
Rheumlatologist  หรือ orthopedist เป็นผู้ดูแลรักษา  รวมถึงนักกายภาพบำบัด

การรักษาส่วนใหญ่  แพทย์เขาจะแนะนำให้ท่านได้รับการรักษาหลายอย่าง ร่วมกัน
เช่น  ให้พักผ่อน  ปรับการทำงาน  ใช้ความเย็น-ความร้อนประคบ  ใช้ยา  และได้รับกายภาพบัด

o   Rest:
เอ็นที่ได้รับการอักเสบ  จะต้องได้รับการพักจึงจะหายได้  ท่านอาจยุติการทำงานที่ทำให้เกิดบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้
o   Activity  modification
การปรับเปลี่ยนการออกแรง  ที่เป็นเหตุให้เกิดบาดเจ็บของเอ็น  ควรกระทำ  เช่น ถ้าเกิดจากการวิ่ง  ให้ลดระยะทางลง  และ/หรือ เปลี่ยนรองเท้าให้เหมาะสม  สามารถช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้
o   Splints
       การใส้เครื่องดาม (splints)  เพื่อให้เอ็นได้พักผ่อน  ก็มีบทบาทต่อการช่วยให้เอ็นได้พักผ่อนได้
o   Cold and Heat
     ระยะแรกหลังการได้รับบาดเจ็บ (24 ชั่วโมงแรก) การใช้น้ำแข็งจะมีประโยชน์  ช่วยลดความเจ็บปวดลงได้ สำหรับ ความร้อน (heat) เหมาะสำหรับรายเรื้อรัง  สามารถลดความเจ็บปวดลงได้
o   Medications:
NSAIDS:  สามารถลดความเจ็บปวด และลดการอักเสบลงได้ เช่น ibruprofen  อาจรับยาพวก acetaminophen เสริม  เพื่อลดความเจ็บปวด
Steroids: ใช้ฉีดเข้าบริเวณเส้นเอ็นที่อักเสบได้  แต่ระวังอย่าฉีดเข้าเส้นเอ็นเป็นอันขาด  ทำจะให้เอ็นขาดได้.
o   Physical therapy
นักกายภาพบำบัดสามารถให้คำแนะนำวิธีการยืดเส้น  โดยไม่เป็นอันตรายต่อเส้นเอ็นได้
o   Surgery
ส่วนใหญ่การรักษาด้วยการผ่าตัดเกี่ยวกับเส้นเอ็น  จะกระทำเมื่อการรักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาได้ได้ผล
การผ่าตัดที่พบเสมอ ๆ เช่น ผ่าตัดส่วนกระดูกที่นูนออกมา ทำการขวางการทำงานของเอ็น...
และนิ้วติด (trigger finger)

ใครๆ ก็สามารถเกิดภาวะเอ็นอักเสบได้ทุกคน ส่วนมากเป็นคนแข็งแร  หรือ นักกิฬา  หรือนักรบวันหยุดสุดสัปดาห์
มักจะเกิดเอ็นอักเสบ  เมื่อเขาใช้งานเอ็นเส้นนั้น ๆ มากไป  โดยเฉพาะไม่เคยฝึกฝนมาก่อน

คนไข้ที่มีโรคประจำตัว  เช่นโรค rheumatoid arthritis  และ ankylosing spondylosis  มักปรากฏว่า
มีโอกาสเกิดการอักอักเสบของเอ็นร่วมด้วยเสมอ

สำหรับคนสูงอายุ  ความเสื่อม  ความชราภาพย่อมเกิดขึ้นกับอวัยวะทุกส่วน  รวมทั้งเอ็นด้วย 
ความยืดหยุ่นของเอ็นจะลดลง  โอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บมีสูงมาก  เมื่อทำงานหนัก
และทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้

ทั้งหมดนั้น  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเอ็นอักเสบ  ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดตรวบริเวณอักสบ 
และมีการปวดร้าวเป็นทางยาว....ทำให้เราคิดว่า  เป็นเส้นประสาทอักเสบได้

http://www.arthritis.org/disease-center.php?disease_id=30

Tendinits: upper extremity (3)

Cont..

BICIPITAL TENDINITIS



       Credit: www.clinicalexam.co.uk
เป็นเอ็นอีกเส้นหนึ่ง พบว่าเกิดอักเสบได้บ่อย
มันอยู่ทางด้านหน้าของไหล่ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการยกแขนให้ทำงานเหนือศีรษะ
และหมุนแขนออกทางด้านนอก
ส่วนใหญ่จะเกิดการอักเสบร่วมกับการอักเสบของเอ็น Rotator cuff

TENNIS ELBOW (LATERAL EPICONDYLITIS)



           Credit: www.members.optusnet.au

กล้ามเนื้อของแขนทางด้านหลัง (extensor) ที่ทำหน้าที่กระดกข้อม์อขึ้น (extensors)
ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับเอ็นที่ยึดกระดูก ส่วนที่นูนออกมาทางด้านข้าง ของปลายกระดูกต้นแขน
ซึ่งเราเรียกว่า lateral epicondyle
สามารถเกิดอักเสบขึ้นได้จากการบาดเจ็บ ซึ่งเกิดจากการสะบัดข้อมือบ่อย ๆ
การอักเสบชนิดนี้ มีชื่อเรียกว่า tennis elbow เพราะมักจะพบในคนเล่นเทนนิสสะบัดข้อมือหวดลูกเทนนิส

นอกจากสะบัดข้อมือแล้ว การยกของหนักๆ ก็สามารถทำให้เกิดบาดเจ็บต่อเส้นดังกล่าวได้
อาการที่จะเกิดขึ้น จะมีอาการปวดเจ็บที่บริเวณด้านนอกของข้อศอก เมื่อมีการยกของ
หรือต้องใช้ข้อมือ จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อศอก
ทำให้เล่นเทนนิสไม่ได้หลายวัน

GOLFER’S ELBOW:



              Credit: www.tendinitsrx.com

กล้ามเนื้อของแขนทางด้านหน้า (flexors) ทำหน้ที่กระดกข้อมือมาทางด้านฝ่ามือ จะเชื่อมกับเอ็น
แล้วไปยึดปุ่มกระดูกด้านใน ของกระดูกต้นแขนส่วนปลาย สามารถเกิดการอักเสบได้เช่นเดียวกับ Tennis elbow
เนื่องจากเกิดขึ้นกับคนเล่นกอล์ฟบางคน ที่ใช้กำลังของแขนมากไป เขาจึงเรียกมันว่า Golfer’s elbow
นาน ๆ จะเจอพักพวกที่กอล์ฟด้วยกันมีอาการชนิดนี้...
ส่วนมากเป็นมือใหม่แทบทั้งนั้น

De QUEVAIN’S TENOSYNOVITIS:


                        Credit: www.mdguidelmins.com

เป็นการอักเสบของเอ็นที่ทอดผ่านข้อมือทางด้านข้างทางด้านหัวแม่มือ อยู่ด้านข้างของกระดูก
radius  มักปรากฏในสุภาพสตรี ที่ชอบใช้ข้อมือทำงานบ้าน ซักผ้าด้วยมือ งานเย็บปักถักร้อย..
อาการปวดที่เกิดขึ้นที่ข้อมือ มีลักษณะชัดเจน เช่น จับแก้วน้ำไม่ค่อยมีแรง
เพราะความเจ็บปวด สามารถทำให้แก้วน้ำหลุดมือได้

TENOSYNOVITIS OF THE WRIST:



                  Credit: www.sinewtherapeutics.com

จะพบว่ามีเอ็นหลายเส้นที่ทอดผ่านด้านหลังของมือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อด้านหลังของแขน (extensors) เอ็นทั้งหลายจะทอดผ่านไปยังหลังมือ
และกนดูกนิ้วมือ เมื่อเกิดอักเสบขึ้นมา สามารถทำให้เข้าใจผิดคิดว่า เป็นข้อมืออักเสบได้

VOLAR FLEXOR TENDINITIS

            Credit: www.proprofs.com

เอ็นของกล้ามเนื้อด้านหน้าของแขน จะทอดผ่านฝ่ามือไปยังนิ้ว
สามารถทำให้เกิดความเจ็บปวดที่ฝ่ามือ และนิ้วมือได้ โดยเฉพาะ เมื่อมีการ
งอนิ้วมือ
นิ้วมือที่พบบ่อยที่สุด ที่มีอาการ คือ น้ำกลางและนิ้วชี

TRIGGER FINGER (Stenosing tenosynovitis):

                   Credit: www.beliefnet.com

เยื้อหุ้มเอ็นเมื่ออักเสบ นานเข้า มัจะหนาตัวขึ้นเป็นเหตุให้การลื่นไหล (slide)ของเอ็นติดขัดได้
ซึ่งก่อให้นิ้วติด ในท่างอ ไม่สามารถเหยียดนิ้วให้ตรงได้
เมื่อพยายามจะไปที่ให้นิ้วมือเหยียดตรง ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้อย่างมาก
บางรายต้องลงเอยด้วยการผ่าตัด เพื่อคลายบริเวณพังผืดที่ทำให้นิ้วติดออก

POPLITEAL TENDINITIS:


 Credit: http://chandlerazchiropractor.wordpress.com/

เอ็นที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อดานหลังของต้นขา (Hamstring muscle)
ที่ยึดกระดูกตรงด้านหลังของข้อเข่า
สามารถได้รับอันตรายจากบาดเจ็บเมื่อมันทำงานเกิน (overuse) เช่น การงอ
และเหยียดข้อเข่า เป็นเหตุให้เกิดมีอาการปวดที่บริเวณของเข้าเข่าทางด้าน
หลัง (ข้อพับ) ได้

PATELLAE TENDINITIS:

     Credit: www.arestape.blogspot.com

เอ็นที่ทำหน้าทียึดระหว่างกระดูกหัวสะบ้า และกระดูกขาส่วนบน
สามารถได้รับบาดเจ็บปวดการกระโดดโลดเต้น หรือจากการวิ่ง
อีกชื่อหนึ่ง ชื่อ Jumper’s knee

ACHILLES TENDINITIS:



Credit: www.themikehermanson.com

เอ็นร้อยหวาย ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อของขาบริเวณน่อง (calf) กับกระดูกซ่นเท้า
เมื่อได้รับบาดเจ็บ สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้
บาดเจ็บที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากการวิ่ง และใช้รองเท้าไม่เหมาะสม

POSTERIOR TIBIAL TENDINITIS



      Credit: www.painbehindkneecure.com

เป็นเส้นเอ็นอีกเส้น ที่อยู่ทางด้านในของเท้า อักเสบที่เกิดขึ้น มักเกิดจากการเล่นกิฬา
ทำให้กล้ามเนื้อ และเอ็นดังกล่าว (posterior tibialis) ได้รับบาดเจ็บ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

PERONEAL TENDINITIS

Credit: www.stopfootpainfast.blogspot.com

เป็นการอักเสบของเอ็นที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกกับเอ็น Posterior tibialis
ทำให้เกิดการอักเสบ และมีอาการเจ็บปวดได้เช่นเดียวกัน แต่เป็นการปวดทางด้านนอก

http://www.arthritis.org/disease-center.php?disease_id=30

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Tendinitis: What causes it ? (2)

บางที่เราไม่รู้หรอกว่า  งานที่เราทำนั้นมากเกินไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เมื่อ  นานๆ ทำงานชนิดนั้นครั้งหนึ่ง 
ซึ่งจะพบเห็นเมื่อเมื่อแม่บ้านต้องทำงานของลูกบ้าน  (คนไช้) ซึ่งลางานไปดำนา

โดยทั่วไป  เอ็นอักเสบเกิดจากบาดเจ็บ  หรือเอ็นถูกใช้มากเกินไปนั่นเอง  ซึ่งจะพบเห็นในขณะ
ที่เอ็นส่วนนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม   เป็นการเพิ่ม load แก่เอ็นมากเกินไป

เอ็นอักเสบอาจเกิดขึ้นเนื่องมาจากข้ออักเสบเกิดขึ้นก่อน  ซึ่งเราสามารถพบเห็นในโรค “ รูมาตอยด์”
 หรือ โรคหลังแข็ง (ankylosing spondylitis)

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน  ในสตรีที่ตั้งครรภ์  หรือระยะหลังคลอด 
จะทำให้เอ็นของสุภาพสตรีท่านนั้น  มีโอกาสเกิดบาดเจ็บ  และอักเสบได้ง่ายมาก

บางครั้ง  การติดเชื้อภายในเส้นเอ็น  ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอกเสบของเอ็นได้เช่นกัน

What are the effect ?
เมื่อเอ็นเกิดการอักเสบขึ้น   มีผลกระทบอะไรที่เราควรรู้บ้าง ?
เอ็นทั้งหลายที่อยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของคนเรา  สามารถถูกทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ทั้งนั้น
เช่น  ไหล่  ข้อศอก  ข้อมือ  นิ้วมือ  สะโพก หลัง  หัวเข่า  และข้อเท้า เท้า
เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว  มันย่อมนำมาซึ่ง  ความเจ็บปวด  บวม  และแดง
ทำให้ข้อแข็ง (stiffness)ยากต่อการเคลื่อนไหว

ROATOR CUFF TENDINITIS:
มองเห็นสุภาพสตรีสูงวัย   เดินเข้ามาด้วยความระมัดระวัง  ไม่ให้อะไรกระทบไหล่ด้านซ้ายได้
พร้อมกับบอกกล่าวให้ทราบว่า:
เธอไม่ได้ทำอะไรเลย  ไม่ได้รับอบุติเหตุ  ตื่นมาก็ทีอาการปวดที่ไหล่..
 เพียงแค่สอนหนังสือ  ด้วยการเขียนกระดานมากหน่อยเท่านั้นเอง
เธอไม่สามารถยกแขนด้านที่ปวดนั้นได้  สัมผัสบริเวณไหล่จะปวด 
จับให้แขนกางออกจะเกิดความเจ็บปวดขึ้นทันที

เอ็นที่บริเวณไหล่  ซึ่งมีชื่อว่า Rotator cuff tendon  มีหน้าที่ยกแขนให้สูงขึ้นเหนือศีรษะ 
เป็นเอ็นที่มีโอกาสเกิดการอักเสบ  ก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้บ่อยที่สุด 
ซึ่งเกิดตามหลังการทำงานของเอ็นมากเกินไป  โดยเฉพาะงานเหนือศรีษะ  ต้องแขนไว้เหนือศีรษะเป็นเวลานาน

การอักเสบของเอ็นชนิดนี้อาจเป็นแบบเฉียบพลัน  หรือแบบเรื้อรังก็ได้
ในรายที่เป็นแบบเฉียบพลัน  มักจะเกิดในคนหนุ่มที่เล่นกิฬา  ออกแรงมากเกิน  หรือหกล้ม
มันก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างเฉียบพลัน  ทำให้การเคลื่อนไหวขงไหล่ติดขัด

ในรายเรื้อรัง  มักพบในสุภาพสตรีอายุกลางคนขึ้นไป 
ส่วนมากมักพบหินปูนในบริเวณเอ็น rotator cuff  ที่มีการอักเสบเสมอ
เมื่อเกิดขึ้น  จะทำให้คนไข้เจ็บปวดที่บริเวณไหล่  ตื่นเช้าจะรู้สึกมีอาการเจ็บปวดมาก
 เคลื่อนไหวข้อไหล่ด้วยความลำบาก  ใส่เสื้อผ้าด้วยความยากลำบากมาก
นั่นเป็นการอักเสบของ rotator cuff เขาละ...

>>cont.