วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซ Coping with Erectile dysfunction 3

  May 2013

รับมือกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

(Coping with ED):

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ  สามารถทำให้เกิดความตรึงเครียดใน
คู่สมรสได้  บ่อยครั้งที่ฝ่ายชายหลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์เนื่องมาจาก
ปัญหาทางด้านอารมณ์ ซึ่งเกิดร่วมกับภาวะหมดสมรรถภาพทางเพศ
เป็นเหตุให้คูสมรสถูกปฏิเสธ หรือหย่าขาด...

อย่างไรก็ตาม  สิ่งสำคัญที่ท่านจะต้องกระทำ คือ...
เปิดอกพูดคุยกับคู่สมรสให้เข้าใจ 
ไม่ต้องอับอายเป็นอันขาด

บางคู่จะช่วยกันหาทางรักษาภาวะดังกล่าวร่วมกัน
แต่มีบางคนไม่กล้า...ไม่ยอมบอกให้ภรรยาได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น 
แต่เก็บไว้เป็นความลับ  พยายามหาทางรักษาเอาเอง

การขาดการติดต่อสื่อสารระหว่างคู่สมรส...ถือเป็นความบกพร่อง,
เป็นอุปสรรคสำคัญ  ที่สามารถขวางกั้นการหาทางการรักษา และเป็นเหตุ
ให้เกิดความทุกข์ทรมานของคู่สมรสในระยะยาวได้

การทีชายท่านใด ไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ ตามปกติ
ย่อมส่งผลกระทบต่อเขาได้อย่างมากทีเดียว  
แต่โชคยังดีทีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ  สามารถรักษาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และปลอดภัย

ความอับอายเกี่ยวกับภาวะหมดสมรรถภาพทางเพศ อาจขวางไม่ให้ชาย

ได้รับการรักษาตามที่เขาต้องการ  เป็นเหตุให้เกิดการวินิจฉัยโรคได้ช้า 
ไม่ได้รับการรักษา  ซึ่งมีความรุนแรง และเป็นต้นเหตุให้เกิดภาวะดังกล่าวได่ 
เช่น  โรคหัวใจ (heart disease), เบาหวา(diabetes), โรคตับ(liver disease) 
และโรคอื่น ๆ

ในเมื่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมาเยี่ยมกลายท่าน เมื่อใด 
ท่านอย่าได้ชะล่าใจ เป็นอันขาด  เพราะมันอาจเป็นอาการเตือนล่วงหน้า  
บอกให้ท่านได้ทราบว่า  ท่านกำลังจะมีภัยจากโรคของหลอดเลือดหัวใจ
ซึ่งกำลังดำเนินอย่างต่อเนื่อง (progressive disease)

แพทย์ควรให้ความสนไปที่สุขภาพของคนไข้เป็นเบื้องแรก  ก่อนที่จะให้การ
รักษาภาวะหล่อยสมรรถภาพทางเพศ   ด้วยการซักประวัติ  และการตรจร่างกาย
แพทย์อาจตรวจพบปัญหาที่ร้ายแรง ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในตัวคนไข้  และให้การ
รักษาได้โดยเร็วก่อนที่ภัยจะมาถึง

<<Prev.

Adapted from:

Medicalcenter.osu.edu/
Mayo clinic


ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Impotence / Erectile Dysfunction) 2

May 2013

การรักษา (Treatment for ED):
ถ้าท่านมีปัญหาเรื่องหย่อนสมรรถภาพทางเพศ...
แพทย์จะพิจาณาให้การรักษา  ว่าท่านควรได้รับแบบใดนั้น 
ย่อมขึ้นกับปัจจัยหลายประการ เช่น:

§  ายุของท่าน รวมไปถึงสุขภาพโดยรวม และโรคประจำตัว
§  ความรุนแรงของโรคมากน้อยแค่ไหน
§  ความสามารถทนต่อการใช้ยา  มีแนวโน้มอย่างไร
§  ความคิดเห็น หรือความพอใจของท่านเอง

การรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเราควรทราบเอาไว้ มีดังนี้:
§  การรักษาด้วยยา (medical treatment)

o   Sildenafil citrate (Viagra) เป็นยารับประทาน สำหรับรักษาภาวะ
หย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) โดยไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศแข็ง
ตัวโดยตรง  แต่ผลที่ได้จากยาจะเป็นการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ
(sexual stimulation)

o   Vadenafil citrate (Levitra)
ผลจากการศึกษา....Levitra จะออกฤทธ์อย่างรวดเร็ว ด้วยการทำ
ให้ปฏิบัติการทางเพศ (sexual function)ในชายดีขึ้น
มันเป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้ดีในชายทุกอายุ แม้กระทั้งในคนเป็นโรคเบาหวาน
 หรือหลังการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกหมด

o   Tadalafil citrate (Cialis)
ยาตัวนี้จะอยู่ในร่างกายได้นานกว่ายาชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน
จากผลการศึกษา พบว่าชายทุกคนที่ได้รับตัวนี้  ทำให้อวัยวะเพศแข้งตัวภายใน30 นาที 
และผลของมันจะอยู่นานถึง 36 ชั่วโมง

ที่ควรระวัง....

FDA องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนว่า
ชายทุกคนที่ใช้ยาสำหรับรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะต้องระมัดระวังดังนี้:

ชายทุกคนที่รับประทานยาที่มีส่วนประกอบของ nitrates เช่น nitroglycerin 
ไม่ควรใช้ยา Viagra, หรือ Cialis

หากชายใดใช้ตัวใดตัวหนึ่งร่วมกับ ยาที่ nitrates เป็นส่วนประกอบ 
จะทำให้ความดันโลหิตลดลงได้อย่างมาก...
สามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ หากท่านใดใช้ยา Levitra หรือ Cialis...
ไม่ควรใช้ยาร่วมกับยากลุ่ม alpha blockers เป็นอันขาด
เพราะยาทั้งสองกลุ่มจะช่วยกันทำให้ความดันโลหิตลดลงได้อย่างมากเช่นกัน

ก่อนใช้ยารักษาโรค ED ท่านควรได้รับการซักประวัติ และการตรวจร่างกาย  
เพื่อหาสาเหตุทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเสียก่อน
ว่ามีอะไรเป็นต้นเหตุ ?

แน่นอน...ท่านต้องบอกแพทย์ให้ทราบว่า...
ท่านกำลังรับประทานอะไร รวมถึงยาทั้งหลายที่ท่านหามาใช้เอง

นอกจากนั้น  ชายใดที่มีประวัติของหัวใจ และสมองขาดเลือด (heart attack & stroke) 
หรือมีประวัติของโรคเลือด (bleeding disorders) หรือ
มีแผลในกระเพาะอาหาร (peptic ulacer)
ไม่ควรใช้ยาดังกล่าว

ชายที่มีประวัติต่อไปนี้  มีโอกาสเกิดภาวะอวัยวะเพศแข็งตลอดเวลา(sustained erection) 
เช่น sickle cell anemia, leukemia, multiple myeloma หรือชายมีอวัยวะเพศผิดปกติ
ไม่เหมาะที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้ยาดังกล่าว

คนที่เป็นโรคตับ หรือเป็นโรคของตา (disease of retina)
เช่น โรค Macular degeneration หรือ retinitis pigmentosa อาจใช้ยาดังกล่าวไม่ได้  
หรือหากจะใช้ควรใช้ในขนาดน้อย

ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่กล่าวมา...  
ไม่ควรใช้ในสุภาพสตรี หรือใช้ในเด็ก  หรือในคนสูงอายุมาก ๆ 
โดยเฉพาะในรายที่มีความวัยต่อยา มีโอกาสที่จะแพ้ยา (side effects) ได้

§  การรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมนทดแทน
(hormone replacement therapy):

การรักษาด้วยการใช้       testosterone ทดแทนส่วนที่ขาดหายไป
อาจช่วยเพิ่มพลัง, อารมณ์ และความหนาแน่นของกระดูก, เพิ่มมวล
กล้ามเนื้อ และน้ำหนัก, และประการสำคัญเพิ่มความสนใจในเรื่องเพศ
ในคนสูงอายุที่มีระดับฮอร์โมน testosterone ต่ำได้

อย่างไรก็ตาม เราไม่แนะให้ใช้ testosterone ในชายที่มีระดับฮอร์โมน
ปกติเป็นอันขาด  เพราะมีความเสี่ยงต่อการทำให้ต่อมลูกหมากโตขึ้น
และเกิดผลข้างเคียงได้

ฮอร์โมน testosterone มีในรูปเม็ดรับประทาน
และเป็นแผ่นแปะไว้ทีผิวหนัง

§  อุปกรณ์สอดใสอวัยวะเพศชาย
(penile implants)

อุปกรณ์สอดใส่อวัยวะเพศชาย  ถูกใช้รักษาภาวะหย่อนสมรรถสภาพทางเพศ 
ที่เราควรทราบ มีด้วยกันมีสามชนิด ดังนี้:

o   Hydraulic pump- ประกอบด้วยเครื่่องปั้ม และกระบอกสองชิ้น
โดยสอดใส่ไว้ในส่วนของอวัยวะเพศ(erection chamber)  ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการ
ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวด้วยการใส่น้ำเกลือ saline เข้าไปกระบอกทั้งสอง 
ภายหลังเสร็จกิจกรรมทางเพศ  ก็ทำการปล่อยเอาน้ำเกลือออกจากกระบอกทั้งสอง 

o   Prosthesis- เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยแท่งวัสดุ 2 แท่ง ดัดให้ตรง หรืองอได้  
ถูกสอดใส่ไว้ในอวัยวะเพศ  ตรงส่วนที่ทำหน้าที่แข็งตัว (erection chamber) 
ซึ่งสามารถดัดให้อยู่ในลักษณะแข็งตรง(erection) พร้อมที่จะปฏิบัติกิจกรรมทางเพศ  
และดัดให้กลับสู่สภาพปกติเมื่อกิจกรรมทางเพศได้เสร็จสิ้นลง

o   Iterlocking soft plastic blocks-เป็นอุปกรณ์ที่สอดใสไว้ในอวัยวะ
เพศ (erection chamber) ซึ่งสามารถทำให้พอง หรือแฟบได้

ผลเสียของอุปกรณ์สอดใส่อวัยวะเพศ  คืออักเสบติดเชื้อ (infection)
ซึ่งรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ (antibiotics)  เป็นเหตุให้เกิดความล้มเหลวได้
คนไข้บางราย อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นใหม่...
อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์สอดใส่ (implants) จะถูกพิจารณานำมาใช้
ก็ต่อเมื่อวิธีการรักษาอย่างอื่นไม่ประสบผลแล้ว 

<< Prev.    Next >>  Coping with ED


Source:

WexnerMedical Center

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Impotence / Erectile Dysfunction) 1

May 2013

การไร้สมรรถภาพทางเพศ
What is erectile dysfunction (ED)?

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อาจเป็นการสูญเสียสมรรถภาพโดยสิ้นเชิง 
ซึ่งอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเลย , อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่สม่ำเสมอ
หรืออาจมีการแข็งตัวได้ชั่วระยะเวลาอันสั้น

ตามความเห็นของ The National Institutes of Health (NIH) รายงานเอาไว้ว่า
เพศชายอาจมีมากถึง 30 ล้านคน...ที่ถูกกระทบโดยภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ....
ทั้งนี้ขึ้นกับคำจำกัดความของคำว่า หย่อนสมรรถทางเพศ...

ในอดีตเราจะเชื่อว่า สาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ...
เป็นผลจากปัญหาด้านจิตใจ  แต่มาในยุคปัจจุบันเป็นทีทราบก้นว่า  ส่วนใหญ่ของการ
หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นความบกพร่องทางร่างกาย
ซึ่งได้แก่...ความผิดปกติในเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศ (penis)

ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors):

จากข้อมูลที่ได้จาก The American Urological Association กล่าวว่า
เมื่อชายมีอายุย่างสู่วัยชราภาพ  ระดับของ testosterone ในกระแสเลือดของเขาจะลดลง 
ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการแข็งตัว (erection) ของอวัยวะเพศได้

จากข้อมูลยังกล่าวต่ออีกว่า...
เพียงแค่ระดับ testosterone ต่ำเพียงอย่างเดียว จะไม่ค่อยทำให้เกิดภาวะหย่อน
สมรรถภาพทางเพศ (เป็นได้แค่ 5 %)  จะต้องมีปัจจัยอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เป็นต้นว่า โรคความดันโลหิตสูง (hypertension)โรคเบาหวาน (diabetes),  
โรคของเส้นเลือด (vascular disease) และระดับไขมันในเลือดสูง (้high cholesterol)

นอกจากนั้น เขายังพบอีกว่า ...
การสูบบุหรี่ และการใช้ยา และดื่มแอลกอฮอล์มากเกินเป็นประจำ
 ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วย

สาเหตุ (Causes of ED)

The National Institutes of Health (NIH) กล่าว...
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มักจะเป็นอาการของโรคหลายอย่าง
ซึ่งเราต้องแยกออกให้ได้ 

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ED ได้แก่:

v Premature Ejaculation (PE):

PE ได้แก่ภาวะที่คนไข้ไม่สามารถรักษาภาวะการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้นานพอ
ที่จะให้ความสุขแก่คู่นอนได้  โดยแบ่งออกเป็นสองชนิดด้วยกัน
Primary และ Secondary Premature Ejaculation

ใน Primary PE เป็นภาวะที่พบเห็นได้ในเด็กหนุ่มเริ่มหัดเรียนรู้ทางเพศ...
ส่วน Secondary PE จะเกิดขึ้นในคนปกติ  ต่อมาภายหลังจะพบว่า  
สมรรถภาพทางเกฃพศค่อยๆสั้นลงเรื่อย โดยมีสาเหตุมาจากความบกพร่องทางกาย
ซึ่งส่วนมากจะเกิดจากความผิดปกติที่เส้นเลือดของอวัยวะเพศ (penile arteries), 
หรือเส้นเลือดดำ (veins) หรือทั้งสองอย่าง

v Performance anxiety:
เป็นรูปแบบหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เนื่องมาจากความเครียด (anxiety)

v Depression:
ความเครียดเป็นสาเหตุด้านจิตใจ ซึ่งทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพ
ทางเพศได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยารักษาอาการซึมเศร้าสามารถทำให้เกิดภาวะ
ไร้สมรรถภาพทางเพศได้เช่นกัน

v Organic impotence:
ความผิดปกติทางร่างกาย หรืออวัยวะเพศ  
เช่น เกี่ยวกับเส้นเลือดแดง  และเส้นเลือดดำของอวัยวะเพศ  หรือทั้งสองอย่าง
ถูกทำลาย เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งทำให้เกิดสมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง

เมื่อปัญหาเกิดจากเส้นเลือดแดง ส่วนใหญ่จะเกิดจากเส้นเลือดแดงเกิด
การตีบแข็ง (artherosclerosis) จากการมีระดับไขมันในกระแสเลือดสูง
นอกจากนั้น การได้รับบาดเจ็บ (trauma) สามารถทำให้เส้นเลือดแดงของอวัยวะเพศ
ถูกทำลายได้เช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดส้นเลือดแข็ง (atherosclerosis)
ซึ่งสามารถควบคุมได้ และป้องกันไม่ให้เกิดเส้นเลือดแข็งได้  เช่น- น้ำหนักเกิน
ขาดการออกกำลังกาย (lack of exercise), ไขมันในเลือดสูง (high cholesterol), 
ความดันโลหิตสูง (hypertension), และการสูบบุหรี่...

ปัจจัยดังกล่าว ต่างสามารถทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้
โดยจะปรากฏขึ้นก่อนที่จะมีอาการทางโรคหัวใจจะปรากฏขึ้น  
ดังนั้น  หากท่านใดเกิดมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ...
ท่านควรรีบปรึกษาแพทย์ทางโรคหัวใจเอาไว้ก่อน  

มีผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก เชื่อว่า 
เส้นเลือดดำของอวัยวะเพศเป็นต้นเหตุทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
เช่น venous leak หรือ cavernosal failure  ซึ่งเป็นปัญหาที่เราพบได้บ่อย

v Venous Leak:
Venous leak อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
เมื่อเส้นเลือดดำในอวัยวะเพศไม่สามารถป้องกันไม่ให้เลือดดำยังคงอยู่
ในอวัยวะเพศได้นานพอ  เป็นเหตุให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว

สาเหตุที่อวัยวะเพศไม่สามารถรักษาเลือดให้คงอยู่ในอวัยวะเพศได้
อาจเป็นผลเนื่องมาจากความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด หรือเกิดตามหลัง
เส้นเลือดดำของอวัยวะเพศถูกทำลาย (damage)

v Diabetes:
โรคเบาหวานเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้บ่อย 
โดยมีการประมาณเอาไว้ว่า 35 – 50 % ของคนเป็นเบาหวาน
มีโอกาสเกิดภาวะหมดสมรรถภาพทางเพศ (สถิติของสหรัฐฯ)

ต้นเหตุที่ทำให้เกิดเป็นเช่นนั้น เป็นเพราะในคนเป็นโรคเบาหวาน 
จะพบว่า เส้นเลือดแดงของอวัยวะเพศ  มีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดแข็งได้ก่อน
เวลาอันควร
นอกจากนั้น เส้นประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
ถูกทำลายไป ซึ่งพบเห็นในคนเป็นโรคเบาหวานเช่นกัน

v Neurologic causes:
สมรรถภาพทางเพศที่เสื่อม  โดยมีต้นตอมาจากเส้นประสาทถูกทำลาย
ได้แก่ โรคเบาหวาน, ติดเหล้า (alcoholism), โรค multiple sclerosis,
พิษจากโลหะ (heavy metal poisoning), ไขประสาทสันหลังถูกทำลาย
(cord injury), เส้นประสาทในบริเวณช่องเชิงกรานถูกทำลายจากการผ่า
ตัด สามารถทำให้เกิด ED ได้...

v Drugs induced impotence:
มียาหลายตัวที่สามารถทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้
เช่น ยารักษาความดันโลหิต,  ยารักษาความเครียด, ยาต้านอาการซึม
เศร้า,  ยารักษาต้อหิน,  สารเคมีบำบัดที่ใช้รักษามะเร็ง

v Hormonal-induced importence:
ความผิดปกติในฮอร์โมน เช่น prolactin (ฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง)
การใช้ thyroid hormone น้อยไป หรือมากไป
และฮอร์โมนที่ใช้รักษามะเร็งของต่อมลูกหมาก (hormonal therapy) 
สามารถทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้

ส่วน testosterone ที่มีระดับต่ำ...
จะไม่ค่อยทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (rarely)
ต้องมีปัจจัยอย่างอื่น ๆ ร่วมด้วยเสมอ

v Peyronie’s diseases:
เป็นการอักเสบที่พบได้ไม่บ่อยนัก  เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เป็นเหตุให้เกิดมีแผลเป็น (scarring) 
เป็นเหตุให้อวัยวะเพศ (penis) ไม่ตรง (curvature) 
ทำให้สมรรถภาพทางเพศเสียได้

  Next >> Treatmenrt for ED

Source:

 Wexnermedical Center
Mayo Clinichttp: