วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Prostatic cancer: (4) Diagnosis

ในการตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น 
แพทย์สามารถตรวจพบได้  ด้วยการตรวจต่อมลูกหมาก   และการตรวจดูระดับ PSA
ซึ่งเราเรียกวิธการตรวจดังกล่าวเป็นการตรวจคัดกรอง (screening test)
สำหรับตรวจดูมะเร็งต่อมลูกหมาก
บางคนอาจไม่เห็นด้วยกับการตรวจในคนที่ไม่มีอาการ  แต่หลายคนเห็นว่า 
เป็นการตรวจที่มีประโยชน์ในชายคนอายุสูงขึ้น  หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
การตรวจคัดกรอง (screening tests) ที่นำมาใช้ในการตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก  ได้แก่

Digital rectal examination(DRE):

การตรวจ DRE   แพทย์จะสรวมถุงมือตรวจต่อมลูกหมาก  โดยใช้นิ้วชี้สอดผ่านทวารหนัก 
แพทย์สามารถสามารถตรวจขนาด  ความนุ่มแข็ง  และรูปร่างของต่อมได้ว่า ผิดปกติหรือไม่ 
หากพบว่า  ต่อมลูกหมากผิดปรกติไป  แพทย์สามารถตรวจอย่างอื่นต่อไป

o   Blood tests: 
การตรวจเลือดหาระดับของสาร Prostatic specific antigen (PSA)
สาร PSA เป็นสารที่ถูกสร้างโดยต่อมลูกหมาก  มีสาร PSA จำนวนมากในกระแสเลือด  เป็นจำนวนไม่มาก
หากเมื่อใด  พบว่าปริมาณของสาร PSA สูงกว่าปกติ  ย่อมหมายความว่า
มีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับต่อมลูกหมาก  เช่น  ต่อมลูกหมากเกดอักเสบขึ้นโตขึ้น  (benign prostatic hypertrophy)
หรือ  ต่อมลูกหมากกลายเป็นมะเร็ง  อย่างใดอย่างหนึ่ง 

ในคนที่มีต่อมลูกหมากโต (BPH)  จะมีค่าของ PSA สูงได้กว่าปกติเล็กน้อย 
ส่วนคนที่เป็นมะเร็งต่อมลุหมาก จะพบว่า  ระดับของ PSA จะสูงกว่าปกติมากเมื่อมีความสงสัยเกิดขึ้น 
แพทย์จะทำการตรวจอย่างอื่นต่อไป

การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก (Diagnosis Prostate cancer)
ถ้าผลจากการตรวจ DRE และ PSA ผิดปกติ  แพทย์จะแนะนำให้ทำการตรวจอย่างอื่นต่อไป 
เพื่อยืนยัน หรือสนับการเป็นมะเร็งหรือไม่ เช่น

o    Imaging studies: 

เป็นการตรวจดูรายละเอียดของเนื้อเยื้อต่าง ๆ หรืออวัยยะต่าง ๆ อวัยวะต่าง ๆ
ด้วยการดูภาพของอวัยวะนั้น   เช่น   X-rays ,  Ultrasound,  CT scans,  MRI  หรือ Bone scans.
การตรวจเหล่านี้  สามารถบ่งบอก  ขนาดของมะเร็ง  สภาวะการแพร่กระจายไปที่อวัยวะอย่างอื่นได้

การตรวจด้วย Transrectal ultrasound  เป็นวิธีการตรวจเพื่อแสดงภาพของโรค (imaging studies) อย่างเดียวเท่านั้น 
ที่สามารถตรวดดูมะเร็งของต่อมลูกหมากได้
ซึ่งแพทย์กระทำได้กระทำด้วยการสอด ท่อขนาดเล็ก (probe )เข้าทางทวารหนักไปยังบริเวณต่อมลูกหมาก 
แล้วตรวจดูภาพของต่อมลูกหมาก

ขณะเดียวกัน  แพทย์สามารถตัดเอาชิ้นเนื้อออกตรวจดูด้วยกล้อง...ได้
การตัดเราชิ้นเนื้อมาตรวจ  เป็นวิธีที่ยืนยันว่า  คนไข้รายนั้นเป็นมะเร็งหรือไม่
สามารถบ่งบอกเกรด (grade) ของมะเร็งได้  ด้วยการดูลักษณะของเซลล์มะเร็ง  เปรียบเทียบกับเซลล์ปกติ 

ความแตกต่างในรูปร่างของเซลล์มะเร็ง  กับเซลล์ปกติ  ยิ่งมีความแตกต่างมากเท่าใด  มันบ่งบอกให้ทราบถึงความร้ายแรงของมะเร็ง (aggressive)  และมีแนวโน้มที่จะกระจาย (spreading)ไปที่อื่นได้เร็วขึ้น  
 เครื่องมือ (scale) ที่นำมาใช้พิจารณา grade ของมะเร็ง  คือ Gleason score 
ซึ่งมีค่าจาก 2 ซึ่งบ่งบอกถึงความไม่ร้ายแรง (non aggressive)   ถึง  10  ซึ่งบ่งบอกถึงความร้ายแรงที่สุด (aggressive)

การตรวจหาการแพร่กระจายของโรค
(Determine how far the cancer has spread)

เมื่อมีการวินิจฉัยว่า  คนไข้เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว
ขั้นตอนต่อไปที่แพทย์จะต้องตรวจต่อไป  คือตรวจหา ระยะของโรค (stage) 
มีคนไข้หลายรายปฏิเสธการตรวจเพิ่มเติมด้วยเหตุผลส่วนตัว  แต่แพทย์อาจต้องตรวจเพิ่ม
เมื่อเกิดความสงสัยว่า  มะเร็งอาจมีการแพร่กระจายเกิดขึ้น 
 แพทย์จำเป็นต้องให้คนไข้ได้รับการตรวจ

o   Bone scans
o   Ultrasound
o   Coputerized tomography (CT scan)
o   Magnetic resonance Imaging (MRI)

เมื่อได้ผลตรวจตามที่ต้องการ  แพทย์จะทำการประเมินว่า  มะเร็งที่เกิดขึ้นนั้น  อยู่ในระยะใด (stage) 
ซึ่งแพทย์จะนำมาพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Staging and grading of prostatic cancer
โดยแบ่งง่ายๆ เพื่อความเข้าใจของคนทั่วไปได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะ (stage)   I:     พบเซลล์มะเร็งอยู่ในต่อมลกหมากเท่านั้น
ระยะ (stage) II:      พบมะเร็งมีขนาดโตกว่าขนาดในระยะที่ I
                                               และเซลล์มะเร็งยังอยู่ในต่อม ลูกหมาก
ระยะ (stage)III:     มะเร็งกระจายออกนอกต่อมลูกหมาก  แต่ไม่อยู่ไกล้อวัยวะใด
ระยะ(stage) IV:    มะเร็งกระจายออกนอกต่อมลูกหมาก  ไปไกล้อวัยวะต่าง ๆ  ต่อมน้ำเหลือง            
                                  และส่วนที่อยู่ไกลจากจุดเริ่มต้น  

          

Prostatic cancer: Early detection of prostate cancer

เมื่อหนึ่งในก๊วนกอล์ฟ เป็นมะเร็ง  ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด
เกิดภาวะแทรกซ้อน จ้าวโลกไร้สมรรถภาพ (erectile dysfuction)  ได้ตั้งคำถามด้วยความกลัวว่า
"เราจะตรวจพบมะเร็ง...ก่อนที่มันจะมีอาการได้อย่างไร ?"
เป็นที่ยอมรับกันว่า  ถ้าเราสามารถตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากได้เนิ่น ๆ 
โอกาสที่จะประสพผลดี  จากการรักษาย่อมมีได้สูง  
การที่เราสามารถรับรู้อาการต่างๆ ของโรค  รวมไปถึงการตรวจสุขภาพบ่อยๆ 
ย่อมเป็นวิธีการที่ดี  ทีท่านจะสามารถตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากได้ไว
หากท่านสามารถบอกอาการให้แก่แพทย์ได้เร็ว  โอกาสที่แพทย์จะสามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น
ตลอดรวมไปถึงการรักษาที่จะตามมา
อย่างไรก็ตาม  ชายสูงวัยมากกว่า 50  ควรปรึกษาแพทย์ในประเด็นที่ว่า 
เขาควรตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ ?การตรวจต่อไปนี้  อาจนำมาใช้เพื่อตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากให้ได้แต่เนิ่น ๆ

1.       Digital rectal examination (DRE)  เป็นการใช้นิ้วตรวจต่อมลูกหมาก
·         เป็นวิธีตรวจต่อมลูกหมาก  ที่กระทำกันเป็นประจำ  เพื่อตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก
·         มะเร็งที่เกิดขึ้น  ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่บริเวณรอบ ๆ ของต่อมลูกหมาก (peripheral zone) 
             ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไกล้ชิดกับลำไส้ส่วน ที่เรียกว่า rectum  ดังนั้น  หากมีอะไรผิดปกติ 
              แพทย์สามารถตรวจคลำพบได้ด้วยวิธี DRE
·         ปรกติต่อมลูกหมาก  ผิวของมันจะเรียบ และนิ่มเหมือนก้อนยาง 
              เมื่อมีมะเร็งเกิดขึ้น แพทย์สามารถตรวจพบก้อน (lumps)
              มีขนาดเปลี่ยนไป  ความนุ่มของมันจะเปลี่ยนแปลงไป  ในกรณีที่เป็นมะเร็งของต่อมลูกหมาก 
              นอกจากมันจะแข็ง (hard)  ยังเป็นก้อนอีกด้วย

2.       Prostate-specific antigen (PSA) test
·        การตรวจ PSA   เป็นการตรวจหาระดับของ PSA ในกระแสเลือด  เพื่อนำมาช่วยตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก
·        เป็นการตรวจหาสาร ที่มีชื่อว่า prostatic-specific antigen   ซึ่งมันถูกสร้างขึ้นโยต่อมลูกหมากเอง
·        เราสามารถตรวจสารดังกล่าวในกระแสเลือดได้ในปริมาณไม่มาก  แต่ในรายที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับต่อมลูกหมาก 
            จะทำให้ระดับของสารดัง้กล่าวสูงขึ้น
·        การตรวจ PSA อาจเป็นวิธีที่ดีกว่าการตรวจ DRE  เพื่อหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก 
            แต่มันไม่ใช้การตรวจที่ดีที่สุดสำหรับหามะเร็งต่อมลูกหมาก
            ใช้การตรวจทั้งสองอย่างร่วมกัน  จะดีกว่าการตรวจเพียงอย่างเดียว
             การใช้วิธีตรวจทั้งสองร่วมกัน  สามารถตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากได้แต่เนิ่น ๆ ได้ 
             แต่มันไม่ได้หมายความว่า ได้ 100 % accurate
ในบางราย  การตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมาก  ซึ่งอาจไม่เป็นปัญหารุนแรงสำหรับคนไข้ 
คนไข้บางราย  พบว่ามะเร็งเจริญช้ามาก  ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของคนไข้เลย
ถือว่าเป็นความจำเป็น  ที่ท่านจะต้องพูดคุยกับแพทย์ของท่าน  เกี่ยวกับอันตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก 
 ตลอดรวมไปถึงผลดี ผลเสีย   อันพึงจะเกิดจากการตรวจด้วยวิธีดังกล่าว
ผู้มีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
ชายที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากสูง 
อาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจด้วยวีดังกล่าวตั้งแต่อายุเริ่ม  40  โดยไม่ต้องรอให้ถึง 50
ตัวอย่างที่จัดคนให้อยู่ในประเภทมีอัตราเสี่ยงสูงได้แก่:

o   ประวัติครอบครัว (Family history)
o   ชาติพันธุ์ (African ancestry)
หากท่านมีปัจจัยที่เป็นอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากดังกล่าว 
 ควรปรึกษาแพทย์  เพื่อการตรวจหามะเร็งด้วยวิธีที่เสนอมา

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Lung cancer: Treatments and drugs (6)

ความจริงอย่างหนึ่งที่แพทย์ได้รับจากการรักษาคนไข้ 
นั่นคือ “ความสุขใจ”  ที่เห็นคนไข้ได้รับผลดีจากการรักษา   ที่ตนให้แก่คนไข้
หากผลไม่เป็นตามคาดหมาย  ย่อมรู้สึกผิดหวัง 
พอไม่สมหวังบ่อยเข้า  ทำให้แพทย์เกิดความรู้สึก  ไม่สนุกกับงานที่ตนให้บริการ

ในการรักษามะเร็งปอด  เขามีหลักการอย่างไร ?
ในการรักษามะเร็ง  แพทย์มีแนวทางการรักษาโรค  โดยอาศัยปัจจัยหลายอย่าง 
เช่น  สุขภาพโดยรวมของคนไข้ (overall health)  ชนิด(type)  ระยะของโรค (type and stage)
และ ความพอใจของคนไข้เอง (preference) โดยมีทางเลือกหลายทาง 
เช่น  รับการรักษาเพียงวิธีเดียว  หรือหลายวิธีรวมกัน  เช่น ศัลยกรรม (surgery)
 เคมีบำบัด (chemotherapy)  การฉายแสง (radiation therapy)  หรือการรักษาโดยเล็งไปที่เป้าหมาย (targeted
drug therapy)

ระยะของโรคมะเร็ง กับ แนวรักษา
ระยะ (stage) I   ทางเลือก คือการผ่าตัด  หรือร่วมกับ เคมีบำบัด
ระยะ (stage) II  รักษาด้วยศับยกรรม + เคมีบำบัด + ฉายแสง
ระยะ (stage) III  A  รักษาด้วยเคมีบำบัด ร่วมกับ การฉายแสง  บางครั้งอาจเพิ่มการผ่าตัด  ...
                       IIIB  เคมีบำบัดอย่างเดียว   หรือร่วมกับฉายแสง
 ระยะ (stage) IV  รักษาด้วยเคมีบำบัด  ใช้ยามุ่งไปที่เป้าหมาย (targeted drugs)  และบรรเทาอาหาร

o   เคมีบำบัด (chemotherapy) เราจะให้ยาแก่คนไข้  เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ด้วยการทำให้เซลล์เจริญหรือแบ่งตัว  ซึ่งอาจให้ตัวเดียว  หรือให้หลายตัว  อาจให้ทางเส้นเลือด หรือให้เป็นเม็ดรับประทาน  
และการรักษาแบบนี้  จะให้เป็นชุด ๆ ละหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน   มีการหยุดพักระหว่างชุด เพื่อให้คนไข้ฟื้นตัว
การรักษาด้วยเคมีบำบัด  เป็นทางเลือกอันดับแรกของการรักษา  หรืออาจให้ภายหลังการผ่าตัด  
บางราย  การรักษาด้วยวิธีดังกล่าว  อาจนำมาใช้เพื่อลดอาหารที่เกิดจากมะเร็งก็ได้

o   การฉายแสง (Radiation therapy)  การรักษาด้วยการ “ฉายแสง”  อาจเป็นการรักษาเพียงอย่างเดียว   หรือให้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ  บางครั้งเราให้พร้อมกับเคมีบำบัด (chemotherapy)

o   การรักษาด้วยการเล็งไปที่เป้าหมาย (targeted drug  therapy)  เป็นการรักษาด้วยการกำหนดเป้าหมาย   เป็นวิธีใหม่รักษาแบบใหม่เอี่ยม  ซึ่งแพทย์นำมาใช้ในการรักษามะเร็ง 
โดยมีการกำหนดเป้าหมายไปที่ความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง 
 ที่เราควรรู้เอาไว้  ได้แก่

Bevacizumab (Avastin)  ยาตัวนี้นำมาใช้รักษารายที่ไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัด   สามารถยับยั้งมะเร็ง  โดย  ไม่ให้มะเร็งสร้างเส้นเลือด (antiangiogenic drug) ลำเลียงเสบียงอาหารไปยังตัวเซลล์มะเร็งได้
เหมือนการตัดเสบียงกองกำลังฝ่ายศัตรู...เมื่อศัตรูไม่มีเสบียงอาหาร  มันก็ตายไปเท่านั้นเอง
ยาตัวนี้  ถูกนำมาใช้ร่วมกับ “เคมีบำบัด” รักษาคนไข้ที่เป็นมะเร็งชนิด  non-small cell lung cancer
ผลเสียของยาตัวนี้  คือ  ทำ ให้ความดันสูงขึ้น  มีเลือดจับตัวเป็นก้อน (blood clots) มีเลือดออก....ต้องระวัง 
o Erlotinib (Tarceva)  ยาตัวนี้สามารถระงับไม่ให้เซลล์มะเร็งส่งสัญญาณ (signals) ทำการแบ่งตัว  และเจริญเติบโต ( บล็อกที่ Epidermal growth factor receptor ) โตยยาตัวนี้ถูกนำมาใช้รักษาคนไข้เป็นมะเร็งชนิด non-small cell lung cancer ที่พัฒนาไปมากแล้ว  หรือให้ในรายที่มะเร็งพื้นตัวขึ้นมาใหม่  ผลเสียของการใช้ยาตัวนี้  ก็มีเหมือนกัน  เช่น เกิดผื่นตามผิวหนัง  และท้องล่วง
o   Radiofrequency ablation:  เป็นทางเลือก อีกวิธีหนึ่ง  ที่กำลังศึกษาเพื่อนำมาใช้รักษาโรคมะเร็ง  โดยเฉพาะรายที่เริ่มเป็น  ด้วยวิธีการง่ายๆ  ด้วยการแทงเข็มผ่านผิวหนังไปยังก้อนเนื้องอก  ซึ่งจำเป็นต้องพึงพา CT scans เป็นตัวนำ  จากนั้นก็ปล่อยคลื่นกระแสวิทยุผ่านปลายเข็ม ซึ่งจะมีความร้อนสู่ก้อนมะเร็ง  เป็นการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็ง  พร้อมๆ กับปิดเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงมะเร็งด้วย  ซึ่งทำลายมะเร็งลงได้
o            Supportive care:  ในรายที่มะเร็งได้เป็นมากแล้ว  ไม่มีทางรักษาได้  การรักษาจะมุ่งเป้าหมายไปที่               การประคบประหงมคนไข้ให้สามารถอยู่ได้ไม่ทุกข์ทรมาน  ด้วยการรักษาตามอาการ

                ในการรักษาโรคมะเร็งนั้น  หากพูดถึงเรื่องการรักษาด้วยวิธีศัลยกรรม  เคมีบำบัด และการฉายแสง 
                ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา  แต่สำหรับการรักษาด้วยการกำหนดเป้าหมายให้ยาไปทำงานที่ตัวมะ   เร็งนี่ซิ...ถือเป็นมิติใหม่ในการรักษาคนไข้ที่เป็นโรคมะเร็งเลยทีเดียว          

>>cont.

Lung cancer: Complications

ท่านต้องเชื่อแล้วละว่า...มะเร็งของปอดเป็นโรคที่น่ากลัวขนาดไหน ?
แค่ตรวจพบก้อนเนื้อในปอดเท่านั้น   เพื่อนของเราก็มีความเปลี่ยนแปลงให้เห็น
หน้าตาไร้ความมีชีวิตชีวา  แม้พยายามมาเล่นกอล์ฟตามปกติก็ตาม 

ระหว่างรอผลการตรวจชิ้นเนื้อว่าเป็นมะเร็งหรือไม่?
อาการของเขาก็ทรุดลงเรื่อย ๆ  ..สุดท้ายเพื่อนเราก็จากไปอย่างสงบภายในระยะเวลา  5 เดือน
จะปฏิเสธว่า  “สูบบุหรี่..ไม่ใช้เรื่องที่น่ากลัว”  ...คงไม่ใช่เสียแล้วละเพื่อนเอ๋ย
ภาวะแทรกซ้อนที่เรามักจะพบเห็นในมะเร็งปอด ได้แก่

o   เมื่อมะเร็งของปอดเกิดขึ้นแล้ว  มันจะมีภาวะแทรกซ้อนตามมาเหมือนลาวา 
            ที่ไหลจากปล่องภูเขาไฟ

o   มีอาการหายถี่ (Shortness of breath) หรือหายใจไมทั่วท้อง 
         ที่เป็นเช่นนั้น  เป็นเพราะตัวมะเร็งเองมันกระจายไปทับ หรืออุดทางเดินของลมหายใจ 
          หรือทำให้มีน้ำภายในปอด   ซึ่งขัดขวางการขยายตัวของปอดในขณะหายใจเข้า

o   ไอเป็นเลือด (Coughing up blood):  ไอเป็นเลือด  เป็นผลจากมะเร็งไปทำลายเส้นเลือดในปอด
          ทำให้เลือดตกภายในปอด  ทำให้คนไข้ต้องไอเอาเลือดออก
              บางรายเป็นมาก  ถึงกับไอเป็นเลือดเป็นเลือดจำนวนเป็นกระโถน

o   ปวด (Pain)  ในรายที่เป็นมาก ๆ  มะเร็งของปอดกระจายไปเนื้อเยื้อที่อยู่รอบข้าง 
         หรืออวัยวะอย่างอื่นของร่างกาย  สามารถทำให้เกิดอาการปวดขึ้นได้ 
         ซึ่งในตอนแรกๆ  อาการอาจไม่มาก เป็นๆ หายๆ
         พอนานเข้า  เมื่อเป็นมากแล้ว  อาการจะคงมีอยู่ตลอดไป   ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยยา  
         หรือด้วยรังสีเอกซเรย์  สามารถช่วยลดอาการปวดลงได้

o   มีน้ำในช่องปอด (Fluid in the chest)  มะเร็งในปอดเอง  สามารถทำให้เกิดมีน้ำในช่องปอดได้ 
            หรือเมื่อมันกระจายไปนอกปอด  สามารถทำให้มีน้ำในปอดได้เช่นเดียวกับมะเร็งในเนื้อปอด
       
ซึ่งจะทำให้คนไข้หายใจได้ไม่ทั่วท้อง-  หายใจถี่ (shortness of breath)
           ในกรณีเช่นนี้  แพทย์เขาสามารถช่วยเหลือเราได้ด้วยการระบายเอาน้ำออก 
        ด้วยการใส่สายหรือท่อระบาย (chest tube)

o   มะเร็งปอดกระจายไปที่อวัยวะอื่น ๆ (Metatasis)  ส่วนใหญ่แล้ว  มะเร็งของปอด
             มักจะกระจายไปที่ส่วนอื่น ๆ  เช่น ปอดด้านตรงข้าม  สมอง  กระดูก  ตับ  และต่อมเหนือไต 
             อาการที่เกิดจากการกระจายตัวของมะเร็งดังกล่าว  ได้แก่  คลื่นไส้  อาเจียน  ปวดหัว 
              และอาการอื่นๆ  ขึ้นกับว่า มะเร็งกระจายไปทำลายอวัยวะใด 
              เป้าหมายของการรักษาคนไข้ประเภทนี้อยู่ที่การบรรเทาอาการของโรคเท่านั้นเอง

o   ตาย (Death)  มะเร็งของปอด  เมื่อเป็นกับใครแล้ว  อายุของเขาจะสั้นมาก ๆ
            ทุกรายที่เป็น...  บอกได้เลย...ตายสถานเดียว 
            บางท่านบอกว่า  ยิ่งตายไวเท่าใด  โชคจะเป็นของคนนั้น  เพราะเขาจะอยู่ด้วยความทุกข์ทรมา
           
             อย่างไรก็ตาม  มะเร็งปอด  สามารถรักษาให้หายขาดได้ 
             แต่...ต้องวินิจฉัยให้พบได้ไวที่สุดที่จะทำได้   
             ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับประชาชนคนไทย  โดยเฉพาะคนระดับรากหญ้า....
           ดังนั้น..ไม่มีอะไรดีไปกว่า  การป้องกัน  นั่นคือ 
              เลิกสูบบุหรี่นั่นเอง

Lung Cancer: Risks factors (3)


ปัจจัยเสี่ยง (Risk factors) ที่ทำให้เกิดมะเร็งของปอด
การสูบบุหรี่ (smoking)
หลายคนเชื่อว่า  การสูบบุหรี่สามารถทำให้เกิดมะเร็งปอดได้เท่านั้น  แต่...
คนที่ถูกรมด้วยควันบุหรี่ (secondhand smoke)  ก็เป็นมะเร็งปอดได้เช่นกัน
ทั้งๆ ที่มีคนบอกถึงภัยอันตรายของบุหรี่...แต่หลายคนก็ไม่ยี่หระต่อคำเตือน...
อย่างไรก็ตาม  คนไม่สูบบุหรี่เลย  ก็สามารถเกิดเป็นโรคมะเร็งขึ้นได้เช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้  เกิดคำถามขึ้นมาว่า 
อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดมะเร็งของปอดละ?
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งได้อย่างไร ?
หมอเราเชื่อว่า  ควันบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้โดย  มีการทำลายเซลล์ที่บุภายในเนื้อปอด 
จากควันบุหรี่  จะมีสารก่อมะเร็ง (carcinogens) เป็นจำนวนมากมาย 
มีรายงานว่า บุหรี่มีสารเคมี  ที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้มากว่า  4,000 ชนิด
สารที่พบในบุหรี่  มีสองตัวที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้  นั่นคือ Nitrosamine 
และ  polycyclic aromatic hydrocarbons
จากการเลิกสูบบุหรี่  ปรากฏว่าอัตราการเกิดมะเร็งปอดลดลง (สถิติของสหรัฐฯ)
พวกที่ถูกรมควันบุหรี่ (Passive smoking)
สำหรับคนที่อยู่ร่มไม้ชายคาเดียวกับคนสูบบุหรี่  มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในปอดได้ 24 % 
เป็นตัวเลขสถิติของสหรัฐฯอีก  ว่า  มีคนเป็นมะเร็งปอดที่เกิดจากสูดควันบุหรี่ของคนอื่น 
ตายจากมะเร็งปีละ 3,000 คน
แร่ใยหิน (Asbestos): 

สารชนิดนี้สามารถทำให้เกิดมะเร็งของปอดได้เช่นกัน  โชคดีที่ถูกห้ามใช้กันแล้ว
แร่ใยหินพวกนี้  มันทำให้เกิดมะเร็งของเยื้อหุ้มปอดที่มีชื่อว่า  mesothelioma
Radon gas

เป็นการสลายตัวตามธรรมชาติของแร่ “ยูเรเนียม”
เมื่อแร่ “ยูเรเนียม” สลายตัวจะได้แก๊ส  Radon  ซึ่งมันสามารถปล่อยกัมตภาพรังสีออกมาได้
แก๊สตัวนี้จะอยู่ตามดิน  สามารถผ่านไปตามช่องว่างของดิน   เข้าสู่อาคารบ้านเรือน
สหรัฐฯ เคยตรวจพบว่า  ในบ้านเรือน 15 หลัง  จะมีหนึ่งหลังที่มีโอกาสจะได้รับแก๊สพิษ  Radon 
ในระดับเป็นอันตรายต่อร่างกาย
สำหรับเมืองไทยเรา  ที่ไหนที่มีแก๊ส Radon หรือห้างสรรพสินค้าแห่งใด 
มีปริมาณเรดอนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์  ?  ผู้เขียนยังไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
แก๊ส Radon  สามารถส่งกัมมันตรังสีไปทำลายปอด 
เป็นแก๊สไม่สามารถมองเห็น  และไม่มีกลิ่นซะด้วย
แก๊สตัวนี้  สามารถทำให้เกิดเป็นมะเร็งปอดได้  รองจากควันบุหรี่
Familial predisposition

จากที่กล่าวมา  คนสูบบุหรี่มีโอกาสเกิดมะเร็งปอดได้สูง  และขณะเดียวกัน 
คนไม่สูบบุหรี่  ก็มีโอกาสเกิดเป็นมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกัน
จึงมีการศึกษาทางด้านพันธุกรรม  พบว่า มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดมะเร็งในปอดได้เช่นกัน
โดยพบว่า  มียีนที่มีลักษณะเฉพาะใน DNA  คือ q arm  ของโครโมโซม 15
จะมี ระหัส ของโปรตีน สัมพันธุ์กับคนสูบบุหรี่ 
Lung diseases  COPD

การพบว่า  คนไข้ที่เป็นโรคปอดอักเสบเรื้อรัง  เช่น  chronic obstructive pulmonary disease 
มีโอกาสที่จะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ถึง 4- 6 เท่าตัวของคนไม่สูบบุหรี่
Prior history of lung cancer 

คนไข้ที่รอดตายจากมะเร็งปอด  จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเป็นครั้งที่สองได้สูงมากกว่า 
คนทั่วไปที่จะเกิดมะเร็งปอดเป็นครั้งแรก 
ส่วนคนที่รอดตายจากมะเร็งปอดชนิด NSCLC   มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น  1- 2 % ต่อปี 
ที่จะเกิดมะเร็งของปอดเป็นครั้งที่สอง
สำหรับผู้ป่วยที่รอดตายจาก มะเร็งปอดชนิด SCLC มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งครั้งที่สอง 6 % ต่อปี
คนที่เคยเป็นมะเร็งปอดมาก่อน  มีโอกาสเกิดมะเร็งเป็นครั้งที่สองได้
Air pollution

มลพิษทางอากาศ  ที่เกิดจากรถยนต์  จากโรงงานอุตสาหกรรม 
สามารถเพิ่มโอกาสให้คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว 
โดยมีการประมาณการณ์ว่า  มีคนตายจากมะเร็งปอดที่เกิดจากมลภาวะทางอากาศเกือบถึง 1 % 
 และยิ่งเผชิญกับมลพิษทางอากาศเป็นเวลานาน   ย่อมมีโอกาสเกิดมะเร็งปอดได้สูง 
เหมือนๆ กับคนที่ถูกรมด้วยควันบุหรี่นั่นละ