วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การลดน้ำหนักด้วยอาหารที่ให้แคลอรี่ต่ำ (Low-Calorie Diet)

May 2013

การรับประทานอาหารที่ให้พลังงาน แคลอรี่ต่ำ...
มีเป้าหมายด้วยการสร้างความขาดดุลทางพลังงาน (calorie deficit)
ให้เกิดขึ้นในร่างกาย  ซึงกระทำได้ด้วยการรับประทานอาหารที่น้อยพลังงาน
น้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายต้องการ  เป็นเหตุให้ร่างกาย
ต้องหันไปใช้พลังงานที่สะสมในรูปของไขมันแทน

ไขมันหนักหนึ่งปอนด์ที่สะสมในกาย  จะให้พลังงาน 3,500 calories
ดังนั้น เพื่อให้ท่าสามารถลดน้ำหนักลงหนึ่งปอนด์ 
ท่านจะต้องรับประทานน้อยลงถึง 3,500 calories…

เพื่อให้เป็นไปตามที่ต้องการ  ท่านจะต้องรับประทานน้อยลงจากเดิม
500 – 1,000 calories ต่อวันโดยขึ้นกับน้ำหนักของตัวท่าน
และจำนวนน้ำหนักที่ท่านต้องการลด

สมมุติ ท่านต้องการลดน้ำหนักหนึ่ง ถึงสองปอนด์ต่อหนึ่งอาทิตย์
ท่านจะต้องลดการรับประทานอาหารลง 500 x 7 = 3,500 calories และ...
อย่าลืมว่า...การออกกำลังกายสามารถเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
ซึ่งจะช่วยให้ท่านลดน้ำหนักได้ด้วย

อาหารพลังงานต่ำ (low-calorie diet) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการลดน้ำหนักตัว 
ซึ่งเราสามารถเตรียมอาหารดังกล่าวได้ไม่ยากนัก เช่น
ผลไม้ และผักสด; ข้าวซ้อมมือ; นมที่ปราศจากไขมัน, โยเกริท, 
และผลผลิตที่ทำด้วยนม; และเนื้อไม่มีมัน, สัตว์ปีก, ปลา, และพวกถั่ว...
ซึ่งจะเป็นอาหารที่เราต้องรับประทานในแต่ละวันเป็นส่วนใหญ่

ส่วนอาหารทอด, อาหารว่างที่มีส่วนผสมของเกลือ, น้ำปรุงรส, อาหารที่ใส่น้ำตาล 
และของหวานที่มีส่วนประกอบของไขมัน...
จะถูกจำกัด หรือถูกตัดออกไปจากอาหารพลังงานต่ำ

การเตรียมอาหารพลังงานต่ำ (Low-calorie Diet):
ยกตัวอย่าง อาหารประเภทเนื้อ(meats), ปลา (fish) และสัตว์ปีก
จะต้องเตรียมด้วยวิธีการย่าง (roasted), อบ (baked), ย่าง (broiled) ไม่ใช่ทอด

สำหรับการเตรียมอาหารเประเภทผัก  จะต้องกระทำด้วยวิธีต้ม (boil), 
อบด้วยไอน้ำ(steam), หรือใช้ไมโครเวฟ  ห้ามใช้เนย(butter)

หากจะใช้น้ำมัน (oil) ให้ใช้ให้น้อยที่สุด
หากจะใช้เนยเทียมเป็นส่วนประกอบของอาหาร  ไม่ควรมีไขมันทรานซ์
และปราศจากไขมัน (fats) 

ในการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก...
เราสามารถรับประทานอาหารบางอย่างได้ โดยไม่ต้องงดอาหารโดยสิ้นเชิง
ซึ่งมีเหตุผลว่า ถ้าเรารับประทานอาหารน้อยเกินไป... 
ร่างกายจะป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน
โดยการใช้พลังงานอย่างประหยัด (economically) 
มีอัตราการเผาผลาญสารอาหาร (metabolic rate) ลง 

เราจะเห็นคนในสมัยโบราณ ทำการล่าสัตว์เป็นอาหาร
ไม่รับประทานอาหารตามปกติ  แต่เขาจะรับประทานอาหารเมื่อพวกเขาสามารถ
ล่าสัตว์ได้เท่านั้น  และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติจากภาวะไม่มีอาหาร  
ร่างกายจะทำการสงวนพลังสำรอง (ไขมันที่สะสมในกาย) เอาไว้
โดยการใช้พลังงานอย่างประหยัดดังกล่าว

เมื่อร่างกายมีอาหารเพียงพอ เหมือนยุคปัจจุบัน จะใช้เมื่อใดก็ได้
เราจะเห็นว่า  ร่างกายจะใช้พลังงานน้อยลง จึงเป็นเหตุให้เกิดพลังงานขาดดุล 
(calories deficit) แต่เพียงส่วนน้อย  และไขมันที่สะสมในร่างกาย
แทบจะไม่มีการเผาผลาญเลย ถึงมีก็เป็นเพียงเล็กน้อยเทานั้น

เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดการตอบสนองดังกล่าว...
เราจะต้องรับประทานอาหารที่ให้พลังงานไม่ตำกว่าระดับของพลังงานที่ใช้ในการ
เผาผลาญในขณะพัก(resting metabolic rate) 
ซึ่งมีค่าประมาณ 1,000 - 1,200 calories ต่อวัน สำหรับเพศหญิง 
และ 1,500 - 1,800 calories สำหรับชาย
ดังนั้น การควบคุมอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก จึงไม่ควรให้ต่ำกว่าระดับดังกล่าว

การรับประทานอาหารที่ได้พลังงานต่ำมาก ๆ (very-low-calorie diets)…
เพื่อหวังให้มีการลดน้ำหนัก จัดเป็นวิธีการที่ไม่ค่อยดีนัก  สามารถทำให้คน
ที่อยู่ในโปรแกรมดังกล่าว เกิดความท้อแท้ และเลิกล้มเอาได้ง่าย ๆ
หากยังลดน้ำหนักด้วยวิธีการดังกล่าวติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถทำให้
เกิดภาวะของการขาดสารอาหาร (nutritional deficiencies) ได้ และ... 
สุดท้าย ร่างกายจะเริ่มใช้พลังงานที่ได้จากการสลายกล้ามเนื้อ  

และจากการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไป... 
จะทำให้อัตราการเผาผลาญ (metabolic rate) ลดลง 
ทำให้การลดน้ำหนักกระทำได้ยากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในคนที่ลดน้ำหนักด้วยการให้อาหารทีมีพลังงานต่ำมาก ๆ  
การให้ไวตามิน-แร่ธาตุเสริมในสารอาหาร อาจป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ
ขาดสารอาหาร (nutritional deficiencies) ได้ก็ตาม
แต่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้ถูกทำลายได้   

<< Prev.     Next  >> Low - Fat Diet

Source:



  • Caloriesperhour

 

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ลดน้ำหนักด้วยการรับควบคุมอาหารอาหาร: Choosing a Diet Program

May 2013

Fad Diets


ในสังคมปัจจุบัน...
สิ่งที่เราพบเห็น และสิ่งที่เราได้ยิน  อาจไม่ใช้ของจริง...
จึงเป็นหน้าที่ของเราแต่ละคนจะต้องพิจารณาตัดสินเอาเองว่า 
สิ่งที่ได้ยิน หรือได้เห็นนั้นจะเชื้อได้มากน้อยแค่ใด ?

เรื่องการลดน้ำหนักโดยอาศัยการควบคุมอาหารก็เป็นเช่นเดียวกัน
จะกล่าวว่า  เป็นแฟชั่นเกี่ยวกับรูปแบบ หรือสูตรของอาหาร  เพื่อลดน้ำหนัก  
เพราะมีการโฆษณาให้พวกเราได้ทราบกันหลายรูปแบบ 
เป็นต้นว่า อยากมีรูปร่าง “ผอมเพรียวลม” เป็นที่ต้องตาของคนดูให้ลอง..
“อาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ” หรือ  “อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ”,
หรือ “อาหารที่มีไขมันต่ำ” และอื่น ๆ

ข้อมูลที่นำเสนอต่อไปนี้ ส่วนหนึ่งเป็นบทความของ Adrienne Foreman,MS,RD
ผู้เชี่ยวชาญทางโภชนาการ ได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องโปรแกรมการลด
น้ำหนักเอาไว้ ผูเขียนเห็นว่า  น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจก็ได้...

ในการดูโปรแกรม หรือสูตรการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมด้านอาหาร...
มันคงเหมือนกันมองดูบ้านจัดสรร...
ก่อนตัดสินใจว่า  จะซื้อไว้เป็นกรรมสิทธิ์  เราคงไม่ควักกระเป๋าซื้อ
โดยไม่ผ่านการพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อนว่า  บ้านที่จะจะซื้อนั้น
มันคุ้มค่ากับการเสียสตางค์หรือไม่  โดยต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง
เช่น มีการสอบถามผู้รู้หลายฝ่าย ตลอดรวมไปถึงว่า 
เราจะซื้อเอาไว้ในระยะสั้นเพื่อขายต่อเอากำไร?
หรือซื่อเอาไว้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ?

ในการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย  จะมีคำโบราณสอนเอาไว้ว่า...
ก่อนซื้อบ้าน เราจะต้องพิจารณา “ตำแหน่ง”, “ตำแหน่ง” และ “ตำแหน่ง”
ของบ้านให้ดี  อยู่ในทำเลที่ดีหรือไม่  หากตำแหน่งผิดเมื่อใด....
คงทุกข์ใจไปนาน ?  ต้องหาทางขายให้ได้

ในการลดน้ำหนักด้วยอาหารก็เป็นเช่นเดียวกัน
มีวิธีการลดน้ำหนักหลายรูปแบบ (สูตร) ให้ท่านลองพิจารณาดู
สูตรใดจึงเป็นสูตรที่ดี ปลอดภัยสำหรับท่าน:

>>  Next :  Low-Calorie Diet

Source:

  • Caloriesperhour

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหาร: ด้วยการรับประทานอาหารให้พลังงานต่ำมาก ๆ (Weight Loss and Very Low calorie diet)

May 10, 2013

ในการลดน้ำหนักตัว...
วิธีการที่เราเคยพบเห็นกัน ได้แก่การควบคุมอาหาร
โดยมีการรับประทานอาหารเพียง 800 -1500 แคลอรี่ ต่อวัน
พร้อมการออกกำลังกาย ซึ่งสามารถลดน้ำหนักลงได้ในระยะสั้น ๆ

มีการตั้งคำถามว่า...
อาหารที่ให้พลังงานตำ่มาก ๆ (Very Low-Calorie Diets) ได้ผลดีจริงหรือ?

การลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำมาก ๆ
อาจมีประโยชน์ในการลน้ำหนักของคนอ้วนพอประมาณ ถึงอ้วนมาก ๆ
โดยทำให้มีการลดน้ำหนัก 3 – 5 ปอนด์ ต่อหนึ่งอาทิตย์

การลดน้ำหนักโดยวิธีดังกล่าว  สามารถทำให้โรคต่างๆ ที่เป็นอยู่ดีขึ้น
เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง
อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีดังกล่าว ไม่ดีไปกว่า
การลดน้ำหนักด้วยการจำกัดอาหารแต่พอประมาณ
ซึ่งจะได้ผลดีในการลดน้ำหนักในระยะยาว

พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำเกินไปนั้น.สามารถช่วยทำให้การ
ควบคุมน้ำหนักได้ตามที่ต้องการ  แตมีข้อแม้ว่า
ท่านจะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างมาก จึงจะบรรลุเป้าหมาย

ความปลอดภัยของการใช้ VLCDs

การลดน้ำหนักด้วยวิธี รับประทาทานที่มีพลังงานต่ำอย่างมาก (VLCDs)...
จะมีความปลอดภัยก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของผู้ชำนาญการอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะในคนที่มี body mass index (BMI) มากกว่า 30
และจะใช้ในคนที่มี BMI ระหว่าง 27 – 30 ก็ต่อเมื่อเขาคนนั้นมีภาวะแทรก
ซ้อนจากความอ้วน (obesity) เท่านั้น

การลดน้ำหนักด้วยอาหารที่ให้พลังงานตำ่อย่างมาก ๆ (VLCDs)...
ไม่ใช่วิธีที่ดี และเหมาะสมกับการนำไปใช้กับทุกคน
โดยทั่วไป แพทย์จะแนะนำให้ใช้กับคนไข้บางราย เท่านั้น

VLCDs ไม่ควรใช้ในสตรีตั้งครรภ์ หรือสตรีที่กำลังให้นมลูก และ
ไม่เหมาะที่จะใช้กับเด็ก หรือวัยรุ่น... 
ยกเว้นให้ใช้ในกรณีที่อยู่ในการรักษาพิเศษเป็นการเฉพาะเท่านั้น

VLCDs ไม่เหมาะที่จะใช้กับคนที่มีอายุมากกว่า 50...
ซึ่งมีโรคประจำตัวอย่างอื่น  รวมถึงคนที่มีแนวโน้มที่จะเกิดผลข้างเคียงจากยาได้

ดังนั้น  การลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารที่ไใ้พลังงานต่ำมาก ๆ
จึงไม่มีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนัก

ผลเสียจากการลำน้ำหนักด้วยวิธี VLCDs

คนที่รับประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำอย่างมาก...
โดย เป็นเวลานาน 4 – 16 อาทิตย์...
จะเกิดผลข้างเคียง เช่น รู้สึกเหนื่อยเพลีย, ท้องผูก, คลื่นไส้, และท้องร่วง 
แต่อาการเหล่านี้  มักจะหายไปเองภายในไม่กี่อาทิตย์
ซึ่งจะไม่ขัดขวางต่อการปฏิบัติตามโปรแกรมการลดน้ำหนัก

แต่ผลเสียที่น่ากลัวสำหรับการลดน้ำหนักด้วยวิธี VLCDs...
ได้แก่  การเกิดมีก้อนนิ่วในถุงน้ำดี (gallstones)  ซึ่งจะปรากฏในคนอ้วน  
โดยเฉพาะในสตรี ผู้ซึ่งทำการอดลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

ที่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะในขณะที่มีการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
จะทำให้ถุงน้ำดีหย่อนตัว  ลดการบีบตัวของถุงน้ำดี
เป็นเหตุให้มีน้ำดีตกค้างภายในถุงน้ำดี ?

ผลเสียอย่างอื่นที่เกิดจาก VLCDs….

เพื่อให้เรามีสุขภาพดี...
เราจำเป็นต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่เหล่าจากกลุ่มอาหารที่แตกต่างกัน  
และในการควบคุมอาหารให้เหลือแค่ 800 แคลอรี่ ต่อวันนั้น
ไม่มีทางที่จะได้รับอาหารที่ดีมีคุณค่าทางสารอาหารครบตามที่ต้องการได้

หลังจากท่านเลิกควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักด้วยวิธีดังกล่าว...
ท่านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเท่ากับว่า...การควบคุมอาหารดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย 
ยกเว้น ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของท่านด้วยการรับประทาน
อาหารที่มีคุณภาพ (healthy eating) และ ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องมิได้ขาด
ซึ่งเป็นการยากที่ท่านท่านจะยึดอยู่กับการกระทำดังกล่าวได้

Source:


  • Webmed

ลดน้ำหนักด้วยการรับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Low-carb diet: Can it help you lose weight?)

 May 10,2013

มีคำถามว่า...
การรับประทานอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตในปริมาณต่ำ
จะให้ประโยชน์ในการลดน้ำหนักจริงหรือ ?
หรือว่า มันสามารถช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดได้ตลอดไป ?

เพื่อให้เข้าใจในเรื่องดังกล่าว มีข้อมูลเกี่ยวกับ “ปริมาณคาร์โบไฮเดรต-ต่ำ”
ให้เราได้พิจารณาดังต่อไปนี้:

อาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มให้สารคาร์โบไฮเดรต-ต่ำ...
ได้แก่พวกเมล็ดข้าว (grains), พวกพืชผักที่เป็นแป้ง (starchy vegetables)
และพวกผลไม้

เป้าหมายของคาร์โบไฮเดรต- ต่ำ...

โดยทั่วไป...จะถูกนำมาใช้ในการลดน้ำหนัก
นอกเหนือการลดน้ำหนักแล้ว  อาหารประเภทคารโบไฮเดรตต่ำยังพบว่ามีประ
โยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นด้วย เป็นต้นว่า
ลดปัจจัยเสี่ยง (risk factors) ต่อการทำให้เกิดโรคหัวใจ (heart disease), เบาหวาน (diabetes), มะเร็ง (cancers)บางชนิด,
และกลุ่มโรคทางการเปลี่ยนทางเคมีภายในร่างกาย(metabolic syndrome)

ทำไมต้องรับประทานอาหารที่เป็น “คาร์โบไฮเดรต-ต่ำ” ?

เราจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่เป็น “คาร์โบไฮเดรตต่ำ” เพราะ...

§  ต้องการเปลี่ยนแปลงนิสัยการรับประทานอาหาร
§  มีความสุขกับการรับประทานอาหารชนิดต่างๆ ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ
§  มีความต้องการอาหารที่จำกัดในปริมาณคาร์โบไฮเดรต เพื่อช่วยลด
น้ำหนักตัว โดยเฉพาะถ้าเรามีโรคประจำ... เช่นโรคเบาหวาน

อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ หมายความถึง...
การจำกัดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตในอาหารที่เราต้องรับประทานลง 
คาร์โบไฮเดรต  จัดเป็นอยู่ในกลุ่มของสารอาหารหลัก (macronutrients|)
ที่ให้พลังงานหลัก (ได้แก่คาร์โบไฮเดรต,โปรตีน, แลไขมัน)
ซึ่งเราสามารถพบได้ในสารอาหารหลายชนิดตลอดรวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ
โดยผู้ผลิตยังได้เพิ่มสารคาร์โบไฮเดรตลงไปในอาหารปรุงสำเร็จในรูปของ
แป้ง (starches) หรือน้ำตาล (sugar)

อาหารที่ปรากฏตามธรรมชาติ และมีสารคาร์โบไฮเดรต ได้แก่:

§  Fruits
§  Vegetables
§  Milk
§  Nuts
§  Grains
§  Seeds
§  Legumes
                                                                                               
โดยปกติ ร่างกายของคนเราจะใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งของพลังงานหลัก
ซึ่งมีน้ำตาล (sugars) และแป้ง (starches) เปฃ้นส่วนประกอบ
เมื่อคนเรารับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต มันจะถูกย่อยให้ทำแตก
ตัวลงเป็นน้ำตาลที่มีโมเลกุลเชิงเดียว (กลูโกส)
จากนั้น มันจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตต่อไป เพื่อเปฃ้นพลังงานต่อไป

ในร่างกายของคนเรา จะมีตับอ่อนทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมน ชื่อ “อินซูลิน”
ซึ่งมันมีหน้าที่ในการนำพาน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดไปให้เซลล์ต่างๆ ของ
ร่างกายเพื่อใช้เป็นนพลังงานที่จำเป็น เช่น การหายใจ หรือการออกกำลัง
เช่น การวิ่งจอกกิ่ง เป็นต้น

อาหารที่คนเรารับประทานเข้าไปในแต่ละครั้งใช่ว่า
ร่างกายจะใช้หมดเสียเมื่อไหร่ละ...น้ำตาลส่วนเกิน ที่เหลือจากเซลล์ใช้เป็น
พลังงาน จะถูกเก็บสะสมเอาไว้ในตับ, กล้ามเนื้อ และเซลล์อื่น ๆ ในรูปของ
Glycogen เพื่อรอเอาไว้ใช้ในยามที่ร่างกายต้องการ
หรือถูกสะสมไว้ในรูปของไขมัน...

ในการใช้อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ...
ซึ่งมีทฤษฏีที่อยู่เบื้องหลัง นั่นคือ อินซูลินจะช่วยไม่ให้ไขมันถูกสลายตัวไป
แต่จะเป็นการใช้น้ำตาลเพื่อพลังงานแทน

ผู้เสนอทฤษฏีดังกล่าว เชื้อว่า....
อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะทำให้ระดับของอินซูลินในกระแสเลือดลดต่ำลง ซึ่งเป็นเหตุให้ร่างกายต้องทำการเผาผลาญไขมัน
ที่สะสมในร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงานแทน 
ซึ่งในที่สุดจะทำให้น้ำหนักลดตามต้องการ

เมื่อกล่าวถึงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ...
เราจะพบว่า  อาหารชนิดดังกล่าวจะประกอบด้วยสารอาหารหลักที่เป็น
โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ (meat), สัตว์ปีก (poultry), ปลา (fish), ไข่,
และพืชบางชนิดที่ไมมีแป้ง (nonstarchy vegetables)
โดยจำกัดสารอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ให้เหลือเพียง 50-150 กรัม/วัน

การควบคุมน้ำหนักด้วยการจำกัดสารอาหารหลักประเภทคาร์โบไฮเดรต...
ในอาจจำกัดจากน้อยไปหามา และให้ค่อยๆเพิ่มขึ้นทีหลังได้

เมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทานตามปกติ...
พบว่า Dietary Guideline for American ได้แนะนำให้รับประทานอาหาร
ที่มีคาร์โบไฮเดรต 45 -65 % ของปริมาณอาหาร (calories) ตลอดทั้งวัน
ดังนั้น  ถ้าท่านต้องรับประทานอาหาร 2,000 แคลอรี่ ต่อวัน
ท่านต้องรับประทานคาร์โบไฮเดรต จำนวน 225 -325 กรัม ต่อวัน

นั่นเป็นปริมาณ (CHO) ตามปกติ...ของคนทั่วไป

คำถามต่อไป...
อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ...
สามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?

ในการลดน้ำหนักตัว...
คนส่วนใหญ่สามารถลดน้ำหนักด้วยแผนการรับประทานอาหาร
ในรูปแบบใดก็ได้ ด้วยการจำกัดปริมาณแคลอรี่ รวมถึงชนิดของอาหารที่รับ
ประทาน  อย่างน้อย ๆ ก็ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น

ผลจากการศึกษาพบว่า  ในระยะยาวแม้ว่าเขาจะสามารถลดน้ำหนักได้ก็ตาม
แต่น้ำหนักที่หายไปจะกลับคืนมา ไม่ว่าท่านจะใช้วิธีการควบคุมในรูปแบบใด

มีการศึกษาจำนวนหนึ่งแสดงให้เห็นว่า...
คนที่ดำเนินตามแผนลดน้ำหนัก ด้วยการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ
(low-carb diet) เป็นเวลา 2 ปี สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 9 ปอนด์
ซึ่งได้ผลเหมือนกับคนลดน้ำหนัก ด้วยการรับประทานอาหาร
ที่มีสารคาร์โบไฮเดรตสูงทุกประการ

การลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ
จึงไม่น่าจะเป็นวิธีที่ดีสำหรับลดน้ำหนัก

มีผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า...
การลดน้ำหนักด้วยการรับประทานคาร์โบไฮเดรต ทำให้เรารูสึกดีขึ้น
เป็นเพราะเราได้รับอาหารประเพทโปรตีน และไขมันต่างหากละ...
 

อันตรายจาก...อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ

ถ้าท่านรับประทานอาหารดัวยการตัดสารอาหารคาร์โบไฮเดรตออกทันที
ท่านอาจเกิดมีอาการหลายอย่าง เช่น

§  ปวดศีรษะ
§  วิงเวียน
§  อ่อนแรง
§  เหนื่อยเพลีย
§  ท้องผูก
นอกเหนือจากนั้น การจำกัดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป
สามารถก่อให้เกิดภาวะขาดอาหาร (nutritional deficiency) หรืออาจขาดใย
อาหาร ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการท้องผูก, ท้องร่วง และคลื่นไส้

การรับประทาอาหารที่มีสารคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมีใยอาหารสูง
เช่น อาหารประเพทข้าว และสารอาหารที่มี่ใยอาหารสูงชนิดอื่น ๆ
สามารถทำให้ท่านมีสุขภาพโดยรวมดีขึ้น

ในการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก ๆ
เช่น รับประทานน้อยกว่า 20 กรัมต่อวัน สามารถทำให้เกิดภาวะ ketosis ได้
ซึ่งมักจะเกิดขึ้น  เมื่อร่างกาย (เซลล์) ไม่สามารถใช้น้ำตาลเป็นพลังงานได้
ตามปกติ มันจะหันไปใช้ไขมันแทน  เป็นเหตุให้มี Ketones ในกระแสเลือด
สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ขึ้น เช่น คลื่นไส้, ปวดศีรษะ, อ่อนเพลีย
และลมหายใจมีกลิ่น...

ในขณะนี้ เรายังไม่สามารถทราบได้ว่า
ผลในระยะยาว จากการใช้วิธีรับประทานคาร์โบไฮเดต จะมีผลเสียอย่างไร
บ้าง ผู้เชี่ยวชาญบางรายเชื่อว่า ถ้าท่านรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก
และมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์สูง จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
หรืออาจเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งบางชนิดได้

Sources:



  • Mayo Clinic
  • Caloriesperhour


วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารที่ได้แคลอรี่น้อยที่สุด: (Weight Loss and Very Low calorie diet)

 May  2013

ในการลดน้ำหนักตัว...
มีวิธีการที่เคยพบเห็นกัน ได้แก่การควบคุมอาหาร
โดยมีการรับประทานอาหารเพียง 800 -1500 แคลอรี่ ต่อวัน
พร้อมการออกกำลังกาย

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ท่านมีน้ำหนักมาก หรืออ้วนมากๆ...
ท่านสามารถลดน้ำหนักได้โดยวิธีอื่น เรียก การอดอาหารอย่างมาก ๆ
(Very low-calorie diet) ซึ่งสามารถลดน้ำหนักลงในระยะเวลาอันสั้น ๆ ได้

มีการตั้งคำถามว่า...
Very Low-Calorie Diets ได้ผลดีจริงหรือ?

การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารอย่างมากๆ (VLCDs) อาจมีประโยชน์
ในการลดน้ำหนักที่มีน้ำหนักอ้วนพอประมาณ ถีงคนที่อ้วนมากๆ
โดยทำการลดน้ำหนักประมาณ 3 – 5 ปอนด์ ต่อหนึ่งอาทิตย์

การลดน้ำหนักโดยวิธีดังกล่าว สามารถทำให้โรคต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ดีขึ้น
เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง
อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักตัวด้วยวิธีดังกล่าว ปรากฏว่าไม่ดีไปกว่า การลดน้ำหนัก
ด้วยวิธีจำกัดอาหารพอประมาณ ซึ่งจะได้ผลในการลดน้ำหนักในระยะยาว

พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มากไป มีแคลอรี่สูง...
ท่านต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งสามารถช่วยทำให้การควบคุม
น้ำหนักให้ดีขึ้นได้

ความปลอดภัยของการใช้ VLCDs

การลดน้ำหนักด้วยวิธี VLCDs...
จะมีความปลอดภัยเมื่อใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะในคน
ที่มี body mass index (BMI) มากกว่า 30
และจะใช้ในคนที่มี BMI ระหว่าง 27 – 30 เมื่อเขาคนนั้นเกิดภาวะแทรกซ้อน
จากความอ้วน (obesity)

การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารอย่างมาก (VLCDs)...
จะไม่เหมาะที่จะนำไปใช้กับคนทุกคน
โดยทั่วไป แพทย์จะแนะนำให้ใช้กับคนไข้บางคนบางราย
โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมของคนไข้แต่ละรายไป...

VLCDs... ไม่แนะนำให้ใช้ในสตรีตั้งครรภ์ หร์อสตรีที่กำลังให้นมลูก
และไม่เหมาะที่จะใช้กับเด็ก หรือวัยรุ่น
ยกเว้นเฉพาะในกรณีที่อยู่ในการรักษาพิเศษเป็นการเฉพาะเท่านั้น

VLCDs ไม่เหมาะที่จะใช้กับคนที่มีอายุมากกว่า 50 โดยเฉพาะผู้มีโอกาสเป็นโรค
อย่างอื่นอยู่แล้ว รวมถึงมีแนวโน้มที่จะเกิดผลข้างเคียงจากยาได้
ดังนั้น การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารดังกล่าวจึงไม่มีประโยชน์

ผลเสียจากการลำน้ำหนักด้วยวิธี VLCDs...
คนที่อดอาหารอย่างหนัก VLCDs เป็นเวลานาน 4 – 16 อาทิตย์...
จะเกิดผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย เช่น รู้สึกเหนื่อยเพลีย, ท้องผูก, คลื่นไส้,
และท้องร่วง....แต่อาหารเหล่านี้ มักจะหายไปเองภายในไม่กี่อาทิตย์
ซึ่งจะไม่ขัดขวางการปฏิบัติตามโปรแกรมการลดน้ำหนัก

ผลเสียที่น่ากลังสำหรับการลดน้ำหนักด้วยวิธี VLCDs...
ได้แก่ การเกิดมีก้นอนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งจะปรากฏในคนอ้วน โดยเฉพาะในสตรี
ผู้ซึ่งทำการอดลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

ที่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะในขณะที่มีการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว จะทำให้
ถุงน้ำดีลดการบีบตัวเอาน้ำดีออกจากถุงน้ำดี

แค่การบีบตัวของถุงน้ำดีน้อยลง...
ทำไมจึงเกิดมีน้ำนิ้วในถุงน้ำดีขึ้น ยังไม่ใครอธิบายได้

ผลเสียอย่างอื่นที่เกิดจาก VLCDs….

เพื่อสุขภาพดี...
เราจำเป็นต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่เหล่าจากกลุ่มอาหารที่แตกต่างกัน
และในการควบคุมอาหารให้เหลือแค่ 800 แคลอรี่ ต่อวันนั้น
จะไม่มีทางที่จะได้รับอาหารที่ดีมีคุณค่าทางสารอาหารได้แน่

หลังจากท่านเลิกควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักด้วยวิธีดังกล่าว...
ท่านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มน้ำหนักตัว ยกเว้น ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ของท่านด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ (healthy eating) และ
มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งท่านจะต้องยึดอยูกับหลักการดังกล่าวตลอดไป
จึงจะสามารถป้องกันไม่ให้ท่านมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้อีก

Source:


  • Webmed