วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Raise Your Metabolism and Burn More Calories May 2, 2013

April 2013

เป็นทีทราบกันแล้วว่า...
น้ำตาล ที่อยู่ในกระแสเลือด เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย 
แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ระดับน้ำตาลดังกล่าวลดต่ำลง
กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีทั้งหลายที่อยู่ในร่างกาย
ซึ่งเราเรียกว่า เราเรียกว่า เมทาบอลิซึม” จะทำการเผาผลาญไขมัน
ที่สะสมในกาย ให้กลายเป็นพลังงานทันที...

ในทางตรงข้าม...
เมื่อใดก็ตาม  ที่น้ำตาลในกระแสเลือดของคนเรามีระดับสูง
กระบวนการทางเมทาบอลิซึม  จะทำการสะสมเอาพลังงานที่มากเกิน
ด้วยการเปลี่ยนให้เป็นไขมันสะสมเอาไว้ในกาย เก็บไว้ใช้ในอนาคต
แต่โดยทั่วไปแล้ว  มันจะถูกสะสมในบริเวณรอบเอวสำหรับท่านชายทั้งหลาย
และจะสะสมในบริเวณสะโพก และต้นขาของสตรีเพศ
ทำให้เธอีก้นใหญ่ และต้นขาโต

เอใดที่ร่างกายต้องการพลังงานเพิ่ม เช่นเวลาออกกำลังกาย
กระบวนการเผาผลาญพลังงาน “เมตาบอลิซึม” ก็จะทำงานมากขึ้น
เพื่อเป็นการสนองตอบความต้องการของร่างกาย

แต่มีบางคนไม่ชอบการเคลื่อนไหว  เช่นพวกนั่งโต๊ะทั้งหลาย...
เราจะเห็นทานเหล่านั้น  มักจะมีรอบเอวที่เต็มไปด้วยก้อนไขมันที่สะสม


ทำอย่างไรจึงจะให้การเผาผลาญพลังงานมีประสิทธิภาพสูง ?

มีเอกสารจำนวนไม่น้อย ที่กล่าวถึงเรื่องการเพิ่ม เมทบิลิซึม” 
โดยได้ชี้แนะว่า  ให้มีการเพิ่มระดับ เมทาบอลิซึม” ให้มากขึ้น
เพราะถ้ากระบวนการดังกล่าวทำงานเพิ่มขึ้น จะทำให้กระบวนการ
เผาผลาญพลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้นตาม

ท่านจะเพิ่มระดับ เมทาบอลิซึม” ได้อย่างไร ?

เพื่อเป็นการเพิ่มระดับ เมทาบอลิซึม” ภายในร่างกาย...
เราสามารถกระทำได้โดยผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ ด้วยการมีชีวิต
อย่างมีสุขภาพดี (healthy living) ซึ่งท่านสามารถกระทำได้โดย:

รับประทานอาหารให้บ่อยขึ้น:
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจด้วยว่า...
อะไรเกิดขึ้นเมื่อท่านไม่รับประทานอาการ ?
เมื่อเราไม่รับประทานตามเวลาที่ควร... 
กระบวนการ “เมทาบอลิซึม” ภายในร่างกายจะลดลงโดยอัตโนมัติ
ซึ่งเป็นวิธีการสงวนพลังงานตามธรรมชาติของท่านเอาไว้

และหากท่านทำการลดน้ำหนักร่วมไปด้วย  เพื่อหวังให้มีการลดน้ำหนัก
อย่างรวดเร็วอย่างรวดเร็วเป็นเวลา  2-3 วัน
ร่างกายของท่านจะคิดว่า มันกำลังถูกคุกคามด้วยภาวะอดอยาก

จึงเกิดการตอบสนอง  ด้วยการทำให้ร่างกายปลอดภัย (survival mode)
ซึ่งกระได้โดยการสะสม “ไขมัน” เอาไว้ และหันไปใช้พลัง
งานจากโปรตีนที่อยู่ในกล้ามเนื้อแทน เป็นเหตุให้มวฃกฃ้ามเนื้อลดลง

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ:
ในการควบคุมอาหาร หรือลดปริมาณแคลอรี่ลง  จะทำให้การเผาผลาญพลังพลงาน (metabolism) ช้าลงโดยอัตโนมัติ  ซึ่งสามารถแก้ไขสภาวะดังกล่าวได้
โดยการออกกำลังกาย

ในการออกกำลงกาย ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า...
ทำให้กระบวนการเมทตาบอลิซึมทำงานได้ดีขึ้น  สามารถทำให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายเป็นไปได้อย่างปลอดภัย และจะทำให้อายุยืนยาวขึ้น

Muscle vs. Fat
โดยทั่วไป การออกกำลังกายตามรูปแบบ แอโรบิค
จะมีลักษณะเหมือนกับการเผาไหม้ gasoline
ซึ่งจะมากกว่าการเผาผลาญพลังงานที่เกิดจากการยกน้ำหนัก(building activity)

ตามเป็นจริง...
กล้ามเนื้อมีหน้าที่ในการการเผาผลาญพลังงาน... ไม่ใช้ไขมัน
ซึ่งหมายความว่า การมีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้กระบวนการเมทาบอลิซึมสูงขึ้น และจะอยู่ในสภาพเช่นนั้นตลอดไปตราบเท่าที่มีมวลกล้ามเนื้ออยู่ในสภาพปกติ

ในคนสูงอายุ...
การที่คนสูงอายุมี เมทาบอลิซึม” ลดลง  น้อยกว่าคนหนุ่มเยอะ...
ที่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะมวลกล้ามเนื้อของคนสูงอายุลดน้อยลงตามอายุที่แก่ขึ้นขึ้เป็นเหตุให้การเผาผลาญพลังงานร่างกายลดต่ำลง 

ในกรณีดังกล่าวสามารถแก้ไขได้-
ด้วยการออกกำลังกายในรูปแบบ weight training exercise นั่นเอง

Source:

·        Caloriesperhour

การลดน้ำหนักโดยการอดอาหาร (Fasting)

May 11, 2013

คงไม่ใครสงสัยว่า...
หากคนเราไม่ได้รับรับประทานอาหาร หรือตั้งใจอดอาหาร 
สามารถเป็นอันตรายถึงตายได้ 

การอดอาหาร หมายถึงการบังคับตัวเองไม่รับประทานอาหารในระยะสั้น ๆ 
โดยไม่มีใครสามารถอดอาหารได้ตลอดไป หรือในระยะยาวได้
แน่นอน....คนที่อดอาหารนั้น ส่วนใหญ่ คือคนที่พยายามจำกัดอาหาร
อย่างหนัก(very-low-calorie diets) เพื่หวังผลบางอย่าง
เช่น ลดน้ำหนักของตัวเอง...หรือเพื่อการประท้วงอะไรบางอย่าง ?

แม้ว่า การรับประทานอาหารน้อยลง จะทำให้ร่างกายสูญเสียไขมันที่
สะสมในร่างกายได้ช้า ทั้งนี้เป็นเพราะภายใต้ภาวการณ์อดอาหาร จะทำ
ให้อัตราการเผาผลาญ (metabolic rate) ในร่างกายลดลง จึงเป็นเหตุให้มี
การเผาผลาญพลังงานในร่างากยลดลง  นอกจากนั้น การที่ร่างกายทำการ
สลายไขมันได้น้อยลง  ยังถูกบดบังด้วยการาสูญเสียนำ้ 
และเกลือออกจากร่างกาย....

นอกจากนั้น ยังพบว่า ร่างกายสูญเสีย (เผาผลาญ)ไขมันได้น้อย เป็นเพราะว่า
ในขณะที่ร่างกายขาด “คาร์โบไฮเดรต” อย่างรุนแรงนั้น ร่างกายจะได้พลังจาก
การทำลายโปรตีนในกล้ามเนื้อ ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อแทน
การสูญเสียไขมัน

การอดอาหาร (fasting) ก็เหมือนกับการจำกัดอาหารชนิดอื่นเพื่อลดน้ำหนัก
เช่น การจำกัดสารอาหารหลัก “คาร์โบไฮเดรต” (low-carb. diet)
แต่การอดอาหารสามารถลดน้ำหนัก (fasting) จะได้ผลเป็นทีประทับใจ 
ซึ่งมีอันตรายซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง นั้นคือ เกิดภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดลดต่ำลง
และ ก่อให้เกิดมีสาร ketone ในกระแสเลือด...หากการอดอาหารด้วยวิธีดังกล่าว
ยังดำเนินต่อไป  จะ่ก่อให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดจาก ketoacidosis
ซึ่งเป็นภาวะที่มีอันตราย  สามารถทำให้คนเกิดหมดสติ (coma)
และอาจถึงตายได้

การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร เป็นการปฏิบัติการในช่วงสั้น ๆ
เท่านั้น  หลังจากเลิกการอดอาหาร น้ำ และกล้ามเนื้อจะถูกทำ
ให้กลับคืนเหมือนเดิม  ส่วนไขมันจะคงเหมือนเดิม  
และไม่แตกต่างจากลดน้ำหนักด้วยวิธีจำกัดอาหารตามปกติเลย

โดยสรุป...
มีวิธีการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารมีหลายวิธี หรือหลายสูตร
แต่มีวิธีเดียวที่ปลอดภัย  และดีที่สุึดสำหรับท่าน ซึ่งท่านเองจะต้องเลือกเอาว่า 
จะใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสำหรับท่าน

<<  Prev.

http://health.howstuffworks.com

ลดน้ำหนักด้วยสูตรอาหารชนิด Low Glycemic Index Diet

April 2013

What is low glycemic index diet ?

Low glycemic index diet  เป็นกรรมวิธีลดน้ำหนักด้วยการลดอาหาร
ถึงแม้ว่า เป็นกรรมวิธีที่มีประโยชน์ก็ตาม   แต่ยังเป็นเรื่องที่เปิด
ให้มีการถกถียงกัน

ในตอนแรก  วิธีการดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการรักษาภาวะที่ไม่สามารถ
ควบคุมระดับน้ำตาลของคนเป็นโรคเบาหวานได้
นอกจากนั้น Low glycemic index diet
ยังถูกนำไปใช้ในการลดน้ำหนักด้วย

Glycemic index เป็นการจัดกลุ่มของอาหารชนิดต่าง ๆ (โดยเฉพาะสาร
อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต) เมื่อมีการรับประทานอาหารชนิดนั้น ๆ แล้ว
ทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้นได้รวดเร็วเท่าไหน ?

อาหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ glycemic index…
จะช่วยส่งเสริมให้รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตที่ดี โดยเฉพาะ
พวกที่เป็นเมล็ดข้าว (grains), ผลไม้ (fruits), พืชที่ปราศจากแป้ง
(nonstarchy vegetables), ถั่ว (beans)

สำหรับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพไม่ดี (bad carbohydrates)
คืออาหารที่ได้รับการขัดสีเอาของดีออกหมด (refined)
และร่างกายจะย่อยได้เร็วกว่าพวกคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพดี
ทำให้มีการดูดซึมเข้าสูกระแสโลหิตได้ไว

ผลจากการรับประทานอาหาร low glycemic index...
ปรากฏว่า มันไม่กระทบต่อระดับน้ำตาลในกระแสเลีอดมากนัก
แต่มันช่วยทำให้คนรบประทานรู้สึกอิ่มนาน...และช่วยให้ลดน้ำหนัก
ได้อีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม การสนองตอบต่ออาหารบางอย่าง จะถูกกระทบต่อ
ปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งประกอบด้วยการเตรียม และการปรุงอาหาร
รวมไปถึงชนิดของอาหารที่คนเรารับประทาน...

Glycemic index dietไม่ใช่รูปแบบที่ดีเท่าใดนัก
เพราะคุณค่าของมันที่มีต่อการลดน้ำหนัก ไม่แน่นอน และยังมีการวิจัยอันจำกดั
และยังมีความคิดเห็นขัดแย้งในเรื่องดังกล่าว

มีข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาจำนวนหนึ่ง พบความเชื่อมโยงระหว่างอาหาร
ที่มี glycemic index สูง กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด
ของหัวใจ (coronary heart disease) หรือโรคเบาหวานประเภท2

นอกเหนือจากนั้น การรับประทานอาหารที่ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือด
สูง  จะมีส่วนสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดของหัวใจ

ผลจากการศึกษาจาก The Nurses, Health Study…
ซึ่งทำการทดลองในสตรี ที่รับประทานอาหารที่ให้ glycemic index สูง
พบว่า มีความเสี่ยงต่อการทำให้เกิดโรคหัวใจได้  โดยพบเป็นถึงสองเท่า
ของคนที่รับประทานอาหารที่มีGlycemic index ต่ำ
ซึ่งจะพบเห็นในสตรีที่มีรูปร่างอ้วน และมีน้ำหนักมาก

การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก จัดเป็นเรื่องที่อันตราย
ต้องระวังให้มาก


<< Prev.   Next  >> Fasting

 

Source:
  • Caloriesperhour

การลดน้ำหนักด้วยอาหาร...คาร์โบไฮเดรตต่ำ (Low-Carbohydrate Diet )

May 9, 201

การลดน้ำหนักด้วยการจำกัดปริมาณของคาร์โบไฮเดรต--
มีลักษณะเฉพาะคือ จะมีอาหารประเภทโปรตีน และไขมันสูงขึ้น
ส่วนอาหารชนิดอื่นมีปริมาณอันจำกัด เช่น ขนมปัง (Breads), ธัญพืช(cereal),
เมล็ดข้าว (grains), พืชที่ให้แป้งเช่นมันฝรั่ง (potato), และผลไม้ทุกชนิดต่าง
มีคาร์โบไฮเดรตแทบทั้งนั้น

เมื่ออาหารที่เป็นพวกคาร์โบไฮเดรตถูกลดปริมาณลง
จึงเป็นเหตุให้อัตราส่วนของสารอาหารประเภทโปรตีน และไขมันสูงขึ้น

สุดท้าย คนที่รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะตองดูแลเรื่อง
ปริมาณของแคลอรี่ที่ลดลงทั้งหมด มิฉะนั้นจะไม่ทำให้มีการลดน้ำหนัก
มีทางเป็นไปได้ว่า  อาหารที่มีโปรตีนสูงอาจลดแคลอรี่ได้
เพราะโปรตีนจะลดความอยากอาหารลง ซึ่งหมายความว่า เมื่อท่านรับ
ประทานโปรตีนสูงจะทำให้ท่านรับประทานอาหารน้อย

คาร์โบไฮเดรต เป็นอาหารหลักของสมอง, เส้นประสาท และปอด
ในการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ(low-carb diet) ร่างกาย
จะชดเชยพลังงานโดยการสร้างกรด ชื่อ ketones
ซึ่งได้จากไขมันที่สะสมภายในร่างกาย

นอกเหนือไปจากถูกใช้เป็นพลังงาน  ketones จะถูกขับออกทางปัสสาวะ
กลุ่มที่เสนอการใช้ “คาร์โบไฮเดรตต่ำ” เพื่อลดน้ำหนักอ้างว่า
การใช้ ketones เพื่อเป็นพลังงาน และถูกขับออกทางปัสสาวะนั้น
เป็นการช่วยเร่งกระบวนการลดน้ำหนักให้เกิดขึ้น

แต่ตามเป็นจริง  การใช้ ketones จะถูกใช้แต่เพียงส่วนน้อยเท่านั้นเอง
วันหนึ่งสามารถถูกใช้ และขับออกทิ้งเพียง 100 แคลอรี่ เท่านั้นเอง
ไม่มากเลย...

ในตอนเริ่มต้นของการรับประทานอาหาร “คาร์โบไฮเดรตต่ำ”...
น้ำหนักสามารถทำให้ลดลงได้อย่างรวดเร็วภายในสองสมอาทิตย์
โดยลดลงได้ถึง 10 ปอนด์

ผลของการลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารดังกล่าว (low-carb)
ทำให้หลายคน กิดความพอใจเป็นอย่างมาก แต่น้ำหนักที่ลดโดย
เป็นผลจากการเผาผลาญไขมันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนใหญ่จะเกิดจากสูญเสียโปรตีนที่มาจากกล้ามเนื้อ
เพื่อนำพลังงานไปให้สมอง,เส้นประสาท และปอด
ดังนั้น เราจะเห็นคนลดน้ำหนักด้วยอาหารชนิดนี้ 
จะทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง ส่วนไขมันยังคงเกือบเท่าเดิม

การที่ร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต สามารถให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
และเกลือ เป็นเหตุให้ความรู้สึกอยากรับประทานอาหารลดลง
ทำให้น้ำหนักลดลงในระยะสั้น ๆ   จากนั้นน้ำหนักจะกลับมาเหมือนเดิม
เมื่อการรับประทานอาหารเป็นปกติ เมื่อร่างกายมีน้ำและมวลกล้ามเนื้อ
กลับคืนสู่สภาพเดิม

เมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างอาหารไขมันต่ำ (Low-fat diet)
และอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ  เพื่อลดน้ำหนัก พบว่า
ภายในระยะเวลา 3 – 6 เดือน กลุ่มคนที่รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ
จะลดน้ำหนักได้มากกว่ากว่าคนที่ควบคุมด้วยสูตรอาหารไขมันต่ำ 
แต่พอครบหนึ่งปีทั้งสองกลุ่มจะไม่มีความแตกต่างในการลดน้ำหนักเลย
และยังพบว่า ในระยะยาวการควบคุมด้วยสูตรมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ
อาจกระทำได้ลำบากมาก

ผลจากการวิจัยชี้ให้เราได้ทราบว่า การควยคุมด้วยคาร์โบไฮเดรตต่ำ
จะทำให้ระดับtriglycerides และ HDL cholesterol ดีขึ้น
ส่วนอาหารประเภทไขมันต่ำ จะทำให้ระดับของ LDL cholesterol ลดลง

เนื่องจากอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะมีระดับโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ใน
ปริมาณสูง และมีไขมันอิ่มตัว และ cholesterol ในปริมาณสูง
และเนื่องจากมีการจำกัดคาร์โบไฮเดรต และใยอาหาร
ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำให้ระดับ LDL cholesterol ลดลง

ในโปรแกรมลดอาหารด้วยวิธีรับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ
ซึ่งจะมีระดับ ketones ในกระแสเลือดในระดับสูงนั้น
ปรากฏว่าไม่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

เนื่องจากอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำจะทำให้ขาด vitamins และแร่ธาตุที่จำ
เป็นต่อร่างกาย  ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับนำไปใช้กับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์

และในกรณีของคนเป็นโรคเบาหวาน การให้คนไข้รับประทานอาหารที่มี
คาร์โบไฮเดรตต่ำ สามารถทำให้ระดับน้ำตาลลดลงได้อย่างช้า ๆ และทำให้
เกิดภาวะน้ำตาลลดต่ำ (hypoglycemia)
ซึ่งทำให้เกิดอาหารวิงเวียน, อ่อนเพลีย, หงุดหงิด และเป็นลม
ดังนั้น การลดน้ำหนักด้วยอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำจึงควรกระทำอย่างค่อย
เป็นค่อยไปอย่างช้า เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อันตรายเกิดขึ้น

<< Prev.  Next >>


วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ (Low-Fat Diet ) 3


May 9, 2013



อาหารไขมันต่ำ...
จัดเป็นอาหารที่ทำให้เราได้รับอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ
ซึ่งถูกนำมาใช้ในการลดน้ำหนักกันบ่อยที่สุด
นอกเหนือจากนั้นแล้ว เรายังพบว่า อาหารไขมันต่ำยังสามารถ
ทำให้ระดับ cholesterol ในกระแสเลือดไม่สูงอีกด้วย

เป็นที่ทราบกันว่า...
ไขมันจะให้พลังงานเป็นสองเท่าของอาหารหลักชนิดอื่น (protein &CHO)
ถึงสองเท่า และมากกว่าแอลกอฮอล์เล็กน้อย

ตามหลักแล้ว  อาหารที่มีไขมันสูงจะให้แคลอรี่สูงด้วย
ดังนั้น อาหารที่มีพลังงานต่ำ (low-calorie diets) จึงเป็นอาหารที่มีปริมาณ
ไขมันต่ำนั่นเอง  ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก แล้ว
ยังเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับลดระดับไขมัน cholesterol ได้ด้วย

อาหารไขมันต่ำ จะประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารหลัก และใยอาหาร 
ซึ่งได้แก่ ขนมปังที่ทำจากข้าว, ผัก และพวกถั่ว
เราจะเห็นว่า อาหารไขมันต่ำ มีปริมาณของเนื้อสัตว์น้อย, 
มีไขมันอิ่มตัวต่ำ (saturated fat)

นอกเหนือจากนั้น  อาหารไขมันต่ำยังมีอาหารต่อไปนี้ในปริมาณสูงด้วย
เช่น สารอาหารที่ได้จากพืช ซึ่งมีใยอาหารในปริมาณสูง,
ไม่มีไขมัน cholesterol

มีหลักฐานชี้ให้เห็นว่า...
การรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ เพราะอาหาร
ที่ได้รับเป็นอาหรที่ให้พลังงานต่ำ  และผลที่ได้จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า
การรับประทานอาหารไขมันต่ำ ไม่เพียงแต่จะลดน้ำหนักเท่านั้น เรายังได้รับ
ประโยชน์จากการทำให้ระดับไขมันชนิดต่าง ๆ ในกระแสเลือดลดต่ำลงได้อีก
ด้วย เช่น cholesterol, LDL cholesterol, และ triglycerides

นอกเหนือไปจากการรับประทานอาหารไขมันต่ำ เพื่อลดน้ำหนักแล้ว
การออกกำลังกายยังสามารถลดไขมัน cholesterol ได้มากขึ้น ตลอดรวมไป
ถึงป้องกันไม่ให้ HDL cholesterol ลดต่ำได้อีกด้วย
และอาหารไขมันต่ำอาจป้องกันไม่เกิดโรคมะเร็งบางชนิด
เช่น มะเร็งของเต้านม และมะเร็งของล้ำไส้ใหญ่

อาหารไขมันต่ำ...
หมายถึงอาหารที่ได้พลังงานจากไขมันเพียง 20 – 30 % เท่านั้น
แต่ The Therapeutic Lifestyle Changes (TLC) program และ National
Cholesterol Education Program และ American Heart Association
ได้แนะนำให้ รับประทานอาหารที่มีไขมันได้ถึง  25 – 35 % เพื่อรักษาคนไข้
ที่มีระดับ cholesterol ในกระแสเลือดสูง  โดยให้รับประทานไขมันที่ได้จาก
พืช (polyunsaturated & monounsaturated fats) และไม่รับประทานไขมัน
ที่ได้จากสัตว์  ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัว (saturated fat) และไขมันทรานซ์

นอกเหนือไปจากนั้น เรายังพบว่า การรับประทานไขมันไม่อิ่มตัวแทนอาหาร
คาร์โบไฮเดรต สามารถลดระดับ triglycerides
และเพิ่มระดับ HDL cholesterol ในคนที่เป็น metabolic syndrome

มีการวิจัยแสดงให้เห็นว่า...
เมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างชนิดขอบงอาหารที่ใช้ในการควบคุมน้ำหนัก...
เราจะพบว่า  อาหารไขมันต่ำ (low-fat diets) มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน
ในร่างกายได้จริง แต่ไม่จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักได้
เหนือกว่าการใช้สูตรอาหารชนิดอื่นเลย 

หรือเราอาจกล่าวได้ว่า อาหารไขมันต่ำอาจไม่มีประสิทธิภาพกับทุกคน
เพราะอาหารชนิดอื่น ๆ ซึ่งมีพลังงานจำกัด (reduced calories)
สามารถใช้ลดน้ำหนักตัวได้ดีเช่นกัน

ถ้าท่านตัดสินใจลดน้ำหนัก  ด้วยการรับประทานอาหารไขมันต่ำ โดยการ
ลดปริมาณของไขมันลง แต่ไม่ควรเลิกรับประทานไขมันโดยสิ้นเชิง
เพราะไขมันที่ได้จากอกาหาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับช่วยในการดูดซึมพวก
Soluble vitamins เช่น A, D, E, และ K

ส่วน polyunsaturated fat จะให้สารอาหารที่มีประโยชน์
เช่น linoleic acid เป็นสารที่จำเป็นต่อการผลิตฮอรโมน prostaglandins
ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ, เส้นเลือด, ไต, ปอด, เส้นประ
สาท, และอวัยวะสืบพันธ์ และสำหรับการเจริญเติบโต
และทำให้สุขภาพของผิวหนังดีขึ้น
.

<< Prev.     Next >>  Low-Carbohydrate Diet 


Source:
  • Caloriesperhour