วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาที่พบได้บ่อยในคนเสียศูนย์ P. 3: What is a balance disorder?

Aug. 20, 2013

เมื่อท่านสูญเสียความสมดุลไป...
ประเด็นมีท่านควรรู้:

การเสียการทรงตัว  หรือสูญเสียความสมดุล หรือการเสียศูนย์
หมายถึงภาวะชึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว  ทำให้ท่านรู้สึกวิงเวียน, รู้ึสึกสูญเสียความมั่นคง,
รู้สึกคล้ายกับว่า ตัวของท่านเคลื่อนไหว,  หมุน,  หรือลอยเหนือพื้นดิน
ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด

การสูญเสียการทรงตัว สามารถเกิดจากโรคทางกายหลายอย่าง,
หรือเกิดจากยาทีท่านรัปทาน, หรือมีปัญหาเกิดขึ้นภายในหูของท่าน,  หรือมีปัญหา
เกิดขึ้นกับตัวสมองของท่านเสียเอง

ตามปกติ การทรงตัว หรือความสมดุลของคนเราจะถูกควบคุมด้วยอวัยวะ
ที่อยู่ภายในหูชั้นใด มีชื่อเรียกว่า Labyrinth ซึงประกอบด้วยส่วนที่เป็น
กระดูก (bone) และส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อ (soft tissue)

ตรงบริเวณปลายด้านหนึ่งของหูชั้นใน (labyrinth) จะมีท่อครึ่งวงคม
สามอันวางตั้งฉากซึ่งกันและกัน เรียก semicircular canals กับส่วนที่
เรียกว่า otolithic organs ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยให้คนเรารักษาความสมดุลเอาไว้ได้
 ส่วนอีกด้านหนึ่งของ labyrinth จะมีลักษณะเป็นก้นหอย (snail-shaped)
 เรียกว่า cochlea มีหน้าที่ทำให้เราได้ยินเสียง

ศัพท์ทางการแพทย์เรี่ยกหูชั้นใน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทรงตัวนี้ว่า
เป็นระบบ “เวสติบิวล่าร์” (Vestibular system)

<< Prev.    Next >> P. 4 :  How does the vestibular system work ?

ปัญหาทีพบบ่อยในคนเสียศูนย์ P. 2 : Why Balance is Important ?

Aug. 20, 2013

เมื่อท่านเกิดมีอาการวิงเวียน...
ความรู้สึกเช่นนั้นอาจเป็นไม่นาน   เป็นแค่ไม่กี่วินาที หรืออาจนานเป็น
เวลาหลายวัน, หลายอาทิตย์, หรือบางทีนานกว่านั้น

ไม่ว่าอาการวิงเวียนจะมีสาเหตุอะไร ? เป็นนานแค่ใหน ?...
ในขณะที่ท่านมีอาการ มักจะก่อให้เกิดปัญหาในด้านการยืนตัวตรง
เป็นเหตุให้ท่านไม่สามารถปฏิบัติภาระกิจในชีวิตประจำวันได้ 
เช่น การอาบน้ำ, การแต่งตัว, การปรุงอาหาร, รับทานอาหาร,
หรือการคลื่อนกายรอบ ๆ บ้าน

เมื่อท่านเกิดมีปัญหาเรื่องการสูญสูญเสียความสมดุลไป  
อาการที่เกิดอาจเลวลงไปตามเวลาที่ผ่านไป
ตามเป็นจริง  ปัญหาดังกล่าวมักจะเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมากกว่า 65
ซึ่งได้ไปพบแพทย์ เพื่อการรักษา...

คนสูงวัย มีอายุมากกว่า 65 มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม (falls)
ซึ่งเป็นบาดเจ็บ...นำไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นทำให้คนสูงวัยเสียชีวิตได้

อย่างที่กล่าว...
การสูญเสียการทรงตัว เป็นความเสี่ยงต่อการหกล้ม
แต่บางครั้ง ปัญหาที่เกิดกับการทรงตัวดังกล่าว  อาจเป็นสัญญาณ
เตือนให้ทราบถึงปัญหาสุขภาพอย่างอื่น ๆ ได้ เป็นต้นว่า 
โรคหัวใจ,  ปัญหาเกี่ยวกับสมอง  หรือระบบประสาท

โดยสรุป
ไม่ว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียความสมดุลจะเป็นอะไร 
อาการที่เกิดขึ้นจะมีคล้ายๆ กัน (overlapping)  จึงทำให้การสูญเสียความสมดุล
ดังกล่าวยากต่อการวินิจฉัย ดังนั้น ถ้าท่านมีอาการตามที่กล่าว
ท่านควรปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุทำให้เกิดภาวะดังกล่าว และให้การรักษา 
 เพราะการรักษาเป็นเรื่องง่าย ๆ และทำให้ท่านหายได้


<< PREV     ์NEXT >> : The Most Common Types of Balance Problems

ปัญหาที่พบบ่อนอยในคนที่เสียดุล (imbalance) P. 1 Basic Facts & Information

Aug. 18,2013

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า....
หากเราเข้าใจโรคในทุกแง่ทุกมุม ของมัน  ไม่ว่าเป็นโรคอะไร ?...
ย่อมทำให้เรามีโอกาสควบคุมโรคนั้นๆ ได้ไม่ยาก และอาจทำให้เราไม่จำเป็น
ต้องพบแพทย์บ่อยนักก็ได้...

แน่นอน การไม่มีโรคย่อมเป็นลาภอันประเสริฐ...

และหากเราได้มีโอกาสชี้แนะให้คนที่เป็นโรค ได้ทราบได้เข้าใจในโรคที่เขาเป็น
โดยเฉพาะคนที่เรารัก    ก็ไม่น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษอย่างแน่นอน...

What are Balance Problems?

การที่คนเรามีการทรงตัวที่ดี หมายความว่า
เราสามารถควบคุมและคงสภาพให้ร่างกายของเราอยู่ในท่าต่างๆ
เป็นต้นว่า ในขณะเดิน, ขึ้นบันได, ยืน, หรือแต่นั่งนิ่งๆ  
แล้วทำให้เรารู้สึกสบายในทุกท่วงท่า

เมื่อมีการใช้คำว่า balance problems หรือ balance disorders...
เราหมายถึง ปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้ท่านเกิดความรู้สึกสูญเสียความสมดุลไป 
หรือความรู้สึกของคนตามปกติได้สูญหาย ไป

คนสูงอายุส่วนใหญ่จะรู้สึกวิงเวียน  หรือมึนงงในช่วงเวลาสั้น ๆ 
โดยที่คนเหล่านั้น  จะมีความรู้สึกวิงเวียน ในช่วงสั้น ๆ  แล้วอาการก็หายไป
ซึ่งเป็นอาการที่ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาแต่อย่างใด

แต่ความรู้สึกวิงเวียนที่เกิดขึ้นนั้น  มีความรุนแรง  หรือมีอาการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
หรือ มีอาการหน้ามืด รู้สึกเหมือนจะเป็นลม,  หรือมีความรู้สึกหนาวสั่น, อ่อนแรง โงนเงน, 
หรือมีความรู้สึกไม่มั่นคง... ถ้าท่านมีอาการเช่นนี้...
ท่านอาจเป็นโรคที่เราเรียกว่า  balance disorder เสียแล้ว

โดยปกติ  ร่างกายของคนเรา  จะมีความสมดุลได้ เมื่อกล้ามเนื้อของเราสามารถทำงาน
ประสานกันอย่างราบรื่น เพื่อสนองตอบต่อ:

• ภาพที่ปรากฏทางสายตา (your vision)
• ความรู้สึกต่างๆ ที่ได้จากปลายประสาทจากผิวหนัง (skin), กล้ามเนื้อ (muscles), 
  ขา-แขน (limbs),   และข้อต่างๆ (joints) ซึ่งเราเรียกความรู้สึกเหล่านี้ว่า  “Proprioception”
• คลื่นสัญญาณประสาทจากหูชั้นใน (inner ear)

ความรู้สึกต่างๆที่กล่าวมา จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของร่างกาย
ที่กำลังทรงตัวอยู่ในห้วงของบรรยายกาศเหนือผิวโลก  ซึ่งมีแรงโน้มถ่วงของโลก  
ดึงตัวของท่านลงสู่ศูนย์กลางของโลกตลอดเวลา
แต่ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในระบบนี้   สามารถก่อให้เกิดการเสียสมดุลได้

เมื่อระบบทั้งสามต่างทำงานเป็นปกติ...
คลื่นความรู้สึกต่างๆ จะดำเนินไปได้ตามปกติ มีการทำงานสอดประสานกันเป็นอย่างดี 
สมองรับข้อมูล,  และประเมินข้อมูลจากตา, หู และกล้ามเนื้อได้อย่างถูกต้องแม่นยำ 
และภายหลังการแปลผล และบูรณาการข้อมูลเสร็จ   สมองจะส่งคำสั่งกลับ
สู่ลูกตาทั้งสอง และกล้ามเนื้อ ทั้งหลาย   เพื่อทำให้การทรงตัวอยู่ในสภาพปกติต่อไป

>> NEXT : Why Balance is Important ?

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เมื่อท่านเกิดการเสียศูนย์ (balance disorders) p. 3:

Aug. 20, 2013

Continued

การเสียการทรงตัว หรือการเสียศูนย์ที่พบได้บ่อยอีกชนิดหนึ่ง มี่ชื่อเรียก
“Meniere’s disease” เป็นโรคทีสามารถเกิดขึ้นกับคนได้ทุกอายุขัย 
แต่ส่วนใหญ่จะเกิดในผู้ใหญ่วัยรหว่าง 40 – 60 ปี

คนที่เป็นโรค Meniere’s disease จะมีความรู้สึกหมุน (ตัวเอง หรือสิ่งรอบตัว)
 อย่างรุนแรง,   สูญเสียการได้ยิน, คลื่นไส้,  มีเสียงในหู
และโรคดังกล่าว มักจะเกิดขึ้นกับหูด้านเดียวเท่านั้น โดยที่บางคนอาจมีอาการ
เพียงครั้งเดียว และว่างเว้นเป็นเวลานาน  ส่วนคนอื่น ๆ   อาจมีอาการต่อเนื่อง
กันหลายครั้ง  ตอดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน

คนเป็นโรคดังกล่าว...
บางรายอาจมีอาการอย่างรุนแรงถึงขั้นเสียการทรงตัว และทำให้เกิดการหกล้ม
การเกิดอาการเช่นนี้ เขาเรียกว่า "drop attacks"

แม้ว่า อาการของ Meniere’s disease ไม่มีอันตรายต่อชีวิตก็ตาม
แต่ สามารถทำให้คนทรมานจากภาวะดังกล่าว จนไม่สามารถปฏิบัติภาระกิจได้.
สาเหตุของโรคดังกล่าว  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำภายในหูชั้นใน(inner ear)...
โดยเราไม่ทราบว่า อะไรทำให้เกิดเป็นเช่นนั้น

เมื่อท่านมีอาการเสียการทรงตัว หรือเกิดการเสียศูนย์ ...
ขอให้ทราบว่า คนที่เป็นโรคและมีอาการดังกล่าว... 6 ใน 10 ราย สามารถหาย
ได้เอง หรือสามารควบคุมความรู้สึกหมุน ด้วยอาหาร, ยา หรือใช้อุปกรณ์บางอย่าง 
และในรายที่อาการรุนแรงอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
แต่อาจมีปัญหาเรื่องการได้ยินเสียงได้

มีรายงานจาก Universtity of Washington ได้พบวิธีการรักษาโรค Meniere’s syndrome
ด้วยการฝังเครื่องมือไว้หลังหู โดยเครื่องมือดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อควบคุม
คลื่นกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเกี่ยวกับความสมดุลไปยังสมอง...ทำให้ความ
รู้สึกเกี่ยวกับการหมุนหยุดลง... ซึ่งเครื่องมือดังกล่าว...กำลังทดลองเกี่ยวกับ
คน (clinical trial)   อีกไม่นาน เราคงได้พบอุปกรณ์ดังกล่าวในท้องตลาด

ถ้าท่านคิดว่า ท่านอาจมีปัญหาการเสียการทรงตัว...
ท่านควรไปพบแพทย์   เพื่อการตรวจค้นให้ทราบว่า อาการดังกล่าวเกิดจากอะไร ? 
โดยท่านอาจมีโรคที่ท่านอาจไม่รู้มาก่อนก็ได้ เป็นต้นว่า โรค “หัวใจ” หรือโรค “เลือด”
 หรือโรคเกี่ยวกับ “หู” หรือมีความผิดปกติในสมอง ?

การจัดการกับอาการ “วิงเวียน”...
ท่านจะต้องทำงานร่วมกับแพทย์ เพื่อหาทางจัดการกับอาการดังกล่าว
โดยหวังผลในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน และลดความความเสี่ยงจากการได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งอาจเกิดขึ้นในขณะที่เกิดมีอาการ...

ยกตัวอย่าง เมื่อออกนอกบ้านควรสรวมรองเท้า  และควรเป็นรองเท้าซ่นเตี้ย
 หรือท่านอาจตัดสินใจใช้ไม่เท้า (crane)
 เพื่อความปลอดภัย   ทุกครั้งที่ท่านเดินขึ้นบันได ท่านต้องจับราวบันใดขณะเดินขึ้น-ลง
ในการขับรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน  ถ้าท่านเป็นโรคดังกล่าว
.เพื่อความปลอดภัยท่านควรหลีกเลี่ยง...

<< Prev.

http://newsinhealth.nih.gov/issue/aug2012/feature1

เมื่อท่านเกิดการเสียศูนย์ (balance disorders) p. 2


continued
Aug. 20, 2013

Balance  หมายถึงความสมดุล  หรือการทรงตัว...
การที่คนเราสามารถทรงตัวได้เป็นปกติ  เป็นผลของการทำงานของหลายระบบ
ซึ่งทำงานผสมผสานสอดคล้องกันเป็นอย่างดี  โดยเริ่มต้นด้วยคลื่นสัญญาณต่างๆ 
ที่ส่งออกไปเป็นชุด ๆ  จากระบบการทรงตัวของหูช้นใน (inner ear)

เมื่อเรามาพิจารณาดูระบบการทรงตัวของหูช้นใดของเรา
จะเพบว่า  มันทำงานร่วมกับระบบการมองเห็นภาพภายในสมอง
ซึ่งทำให้คนเราตระหนักรู้ได้ว่า...ร่างกายของเราอยู่ในตำแหน่งใด  (body's position)
และในขณะที่ศีรษะเคลื่อนไหว หรือหมุน  ยังสามารถทำให้เห็นภาพได้ชัด

นอกจากระบบความสมดุลของหูชั้นในแล้ว...
ยังมีตัวรับความรู้สึก (sense receptors) ที่ผิวหนัง, ที่ข้อทั้งหลาย, รวมถึงเอ็น และ
กล้ามเนื้อ  จะส่งคลื่นสัญญาณเกี่ยวกับการทรงตัว หรือความสมดุลไปยังสมองด้วย

สมองเองจะรับข้อมูลจากระบบต่าง  ๆจากหูชั้นใน, ตา และ -ข้อ และ กล้ามเนื้อ.  
พร้อมกับทำให้บูรณาการข้อมูลทุกอย่าง (information) ได้เป็นอย่างดี

มื่อใดก็ตามที่การทำงานดังกล่าวเสียไป  มันจะทำให้เกิดภาวะอย่างหนึ่งเรียกว่า 
 “balance disorders” ซึ่งแปลเป็นภาษาธรรมดาว่า  การเสียศูนย์  หรือ
การเสียการทรงตัวนั่นเอง

เนื่องจากการทรงตัวของคนเรา เป็นเรื่องที่มีความสลับซับซ้อน
เป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่า อะไรคือต้นเหตุทำให้เป็นเช่นนั้น
บางรายเกิดการเสียศูนย์อย่างฉับพลัน โดยมีต้นเหตุจากหูอักเสบติดเชื้อ,
ศีรษะถูกกระแทก, หรือเกิดจากการรับทานบาบางอย่างเข้าไป

เมื่อความดันของท่านลดต่ำ... หากท่านลุกขึ้นอย่างรวดเร็วสามารถทำ
ให้เกิดอาการวิงเวียนได้  นอกจากนั้นเรายังพบอีกว่า คนเป็นโรคเกี่ยวกับสายตา, 
โรคของกล้ามเนื้อ, โรคข้อและกระดูก  ต่างสามารถทำให้เกิด
การเสียความสมดุล.ได้เช่นกัน

เมื่อคนเราแก่ตัวขึ้น  มักจะมีหลายโรคเกิดขึ้น...
เป็นต้นว่า  บางคนหูเสื่อม และดวงตาก็ฟ้าฟางเพราะเป็นต้อกระจก 
กล้ามเนื้อเกิดอ่อนแรงเพราะมวลกล้ามเนื้อลดลง หรือเป็นโรคข้ออักเสบ 
จากข้อเสื่อม   ร่วมกับการเป็นโรคอย่างอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

นักวิจัยจำนวนไม่น้อย ได้ทำการศึกษาพบว่า สาเหตุของการเสียความสมดุล 
มีมากกว่าสิบ...ส่วนใหญ่ก่อให้เกิดอาการ ...ความรู้สึกว่ามีสิ่งรอบตัวหมุน (vertigo) 
ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอันตรายร้ายแรงใด ๆ  โดยอาจเกิดขึ้นในขณะที่มีการ
เปลี่ยนแปลงตำแหน่งของศีรษะ   เช่น ก้มตัวผูกเชือกรองเท้า 
ซึ่งมืชื่อเรียกภาวะดังกล่าวว่า ฺBenign Paroxysmal Positional Vertigo หรือ BPPV

ความรู้สึกว่ามีสิ่งรอบตัวหมุน หรือ BPPV สามารถเกิดจากการได้รับบาดเจ็บที่
บริเวณศีรษะ....หรือเป็นเพราะคนเขาย่างเข้าสู่วัยชราภาพเท่านั้นเอง
ในบางราย   BPPV เกิดขึ้นได้เพราะมีผลึกของแคลเซี่ยมขนาดเล็กๆ หลุด
จากตำแหน่งที่มันอยู่  เข้าไปอยู่ท่อครึงวงกลมของหูชั้นใน  เป็นเหตุให้เกิดอาการ
วิงเวียนในรูปแบบดังกล่าว  (vertigo)


<<Prev.        Next  >> : P. 3 :

เมื่อท่านเกิดการเสียศูนย์ (ฺBalance disorder) P. 1

Aug. 20, 2013

ท่านเคยมีประสบการณืเช่นนี้มาบ้างใหม ?
ขณะที่ท่านอยู่ในห้างสรรพสินค้า...กำลังยื่นมือเพื่อหยิบสิ่งของบนหิ้ง 
ทันใดนั้นเขาเกิดความรู้สึกมึนงง,  สูญเสียการทรงตัว   
หรือในขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ บังเอิญหันหน้าไป   มองอะไรสักอย่าง 
แล้วเกิดความรู้สึกว่า   สิ่งของที่อยู่ใกล้สามารถหมุนได้ ...
ถ้าท่านเป็นเช่นนั้น ก็ขอให้ทราบเถิดว่า  ใคร ๆ (โดยเฉพาะคนสูงวัย) ตาง
มีโอกาสเกิดมีอาการเช่นนั้นได้...ไม่อันตรายถึงชีวิต

เพื่อเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับโรคดังกล่าว...
ขอให้ทราบด้วยว่า   คนส่วนใหญ่มีความรู้สึกวิงเวียน หรือมึนงงมาบ้างไม่มากก็น้อย 
โดยอาการไม่มาก  ไม่นานก็หายไป   แต่หากความรู้สึกดังกล่าวไม่ยอมหายไปใหน
หรือกระทบกับการดำิเนินชีวิต...มันอาจเป็นอาการเตือนให้ทราบว่า 
ท่านได้เกิด“ภาวะการเสียความสมดุล” ได้เกิดขึ้นแล้ว

การสูญเสียความสมดุล  หรือการเสียการเสียศูนย์..
เป็นความรู้สึกเสมือนหนึ่งว่า  ตัวของท่านกำลังเคลื่อนไหว, หมุน, หรือรลอยบน
อากาศ  ทั้งๆ ที่ท่านอยู่เชย ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

จากสถิติของสหรัฐฯ มีการประมาณการณ์เอาไว้ว่า...
ในประชาชนทัวไป (ผู้ใหญ่) จำนวน 10 คน  มี  4 คน มีอาการวิงเวียนหนึ่งครั้งในขณะ
ที่ดำรงชีวิต   โดยที่ความรู้สึกดังกล่าวมีความรุนแรงมากพอให้นำเขาไปพบแพทย์ 
เพื่อการรักษา

คำว่า dizziness เป็นความรู้สึกของคนที่รู้สึกตั้งแต่ “มึนหัว”, “หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม” 
จนถึงขั้นเกิด มีอาการ “ความสับสน”

ส่วนคำว่า Vertigo เป็นความรู้สึกว่า ตัวท่าน หรือสิ่งที่อยู่รอบตัวหมุน
ความรู้สึกเหล่านี้หากมันเกิดขึ้นกับใครแล้ว...
มันสามารถทำให้ท่านเกิดความทุกข์ทรมานได้

>> NEXT

วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เส้นเลือดแดงโป่งพอง (brain aneursym) P. 6 : Lifestyle & Management

Aug. 17, 2013

ถ้าท่านมีเส้นเลือดแดงของสมองโป่งพอง (aneurysm)...
ท่านอาจลดความเสี่ยงไม่ให้เส้นเลือดโป่งพองดังกล่าวแตกได้ 
ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังต่อไปนี้:

• ไม่สูบบุหรี่ หรือไม่เสพสารเสพติด

• รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย และออกกำลัง
  กายอย่างสม่ำเสมอ สามารถความดันโลหิตลงได้

• ให้จำกัดสารคาเฟอิน ...ซึ่งมีอยู่ในกาแฟที่ท่านดื่มทุกวัน  สารดังกล่าว
 จะออกฤทธิ์กระตุ้น (stimulant) สามารถเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น

• ให้หลีกเลี่ยงการเบ่ง (straining) เช่น ในระหว่างการยกของหนัก
  จะมีการกลั้นหายใจ และเบ่งอย่างแรง จะทำให้ความดันโลหิตให้สูงขึ้นได้อย่างมาก...
   และสามารถทำให้เส้นเลือดโป่งพองแตกได้

• ให้ระมัดระวังการใช้แอสไพริน เพราะการใช้ยาตัวนี้สามารถ
  ยับยั้งการจับตัวของเม็ดเลือดไม่ให้เป็นก้อน  ซึ่งจะทำให้เพิ่ม
  ให้เลือดไหลออกมาได้อีก


<< PREV

Source:
  • www.mayoclinic.com
  • www.hopkinsmedicine.org/