วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

BACK PAIN OVERVIEW (3)

Aug.111,2013


Low Back Strain 


ภาวะปวดหลัง...เป็นภาวะที่ชอบเกิดขึ้นกับคนเราได้ทุกคน
ซึ่งความจริงมีว่า  มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง บางคนเกิดขึ้นเร็ว
บางคนเกิดขึ้นได้ขึ้นได้ช้ามาก  ซึ่งอาจเกิดขึ้นในชบ่วงหลังของชีวิตได้
นแกจากนั้น ยังมีสาเหตุอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง
อย่างเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง นั่นคือ หลังเคล็ด (lumbar strain) นั่นเอง

คำถาม... หลังเคล็ด (strain) มันหมายถึงอะไร ?

ในกระดูกสันหลังส่วนล่าง...
มีกล้ามเนื้อ และเอ็นพังผืดจำนวนมากมาย ทำหน้าที่ยึดกระดูกสันหลังให้
อยู่ในแนวตลอดเวลา  เมื่อมีแรงไปกระทบกับกระดูกสันหลังมากเกินไป
เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อ และเอ็นยืดออกมากเกินไป  

จากการที่กล้ามเนื้อและเอ็นถูกทำให้ยืดมากเกินไปนี้เอง ที่เรียกว่า strain
และท่านสามารถทำให้กล้ามเนื้อ และเอ็นถูกทำให้ยืดมากเกินไป  
ไม่สามารถหดกลับได้เหมือนเดิม  เป็นเหตุเอ็น และกล้ามเนื้อเกิดการอ่อน
แอ ไม่สามารถยึดกระดูกสันหลังส่วนล่างให้อยู่ในสภาพมั่นคง 
ไดเหมือนเดิม ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ในที่สุด

ภาวะหลังกเคล็ด (strain) สามารถเกิดจากการออกแรงมากไป, หกล้ม,
ก้มตัว, โน้มต้วไปข้างหน้าบ่อยๆ หรือยกของหนักในขณะสุขภาพได้ดี

นอกจากนั้น อาการปวดหลังสามารถเกิดจากความเครียด ,
มีการวางท่าทางได้ไม่เหมาะสม , น้ำหนักตัวเพิ่ม , สุขภาพทรุดโทรม
หรือนั่งในที่เดิมนานเกินไป, ในบางครั้ง การไอ หรือจามสามารถทำให้หลังเคล็ดได้

เราต้องจำเอาไว้ด้วยว่า...
หลังส่วนล่างเกิดเคล็ด  ไม่ใช่สาเหตุของโรคปวดหลังทุกชนิดหรอก... 
แต่ยังมีสาเหตุอย่างอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังได้  
เช่น หมอนกระดูกเคลื่อนหลุด ,  กระดูกสันหลังแตกยุบเส้นประสาทถูกหนีบ
ข้ออักเสบและกระดูกสันหลังเกิดอักเสบติดเชื้อ 

ฉันควรมีความรู้สึกอย่างไร
ถ้าอาการปวดหลังนั้นเป็นเพียงหลังเคล็ด (strain) เฉย ๆ
อาการต่างๆ ที่เกิดจากภาวะหลังเคล็ด มีดังนี้
:


·        เกิดอาการปวดหลัง ความยืดหยุ่นหาย มีความแข็งทื่อของหลัง
เข้ามาแทนที่
 (stiffness
·        มีอาการปวดที่บริเวณก้นย้อย และขาทั้งสอง
ซึ่งส่วนมากจะปวดตรงบริเวณด้านหลังของต้นขา

·        อาการปวดจะเลวลงเมื่อท่านก้มตัว (bending), ยืดตัว (stretching),
ไอ (coughing), หรือจาม (sneezing)

เนื่องจากอาการปวดหลัง ซึ่งเกิดภายหลังการเคล็ดยอก (strain) อาจมี

ลักษณะเหมือนกับอาการของโรคอย่างอื่น ที่มีความร้ายแรงกว่า...
ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องทำการตรวจเพื่อวินิจฉัยให้ได้ว่า

มีต้นเหตุจากอะไร ? 

สำหรับอาการมึนชา และอาการอ่อนแรงของขา หรือมีปัญหาในการขับถ่ายทั้งปัสสาวะ 

และไม่สามารถควบคุมอุจจาระ ได้นั้น  เป็นเครื่องชี้บอกให้ทราบว่า 
ประสาทถูกทำลาย  จัดเป็นภาวะฉุกเฉิน ซึ่งต้องได้รับการรักษา
โดยเฉพาะการผ่าตัดอย่างรีบด่วน

ในการวินิจฉัยว่า  ท่านใดเป็นโรคหลังเคล้ด (back strain)...?
นอกจากประวัติการเกิดอาการแล้ว แพทย์จะต้องทำการตรวจร่างกาย
อย่างละเอียด และอาจมีการตรวจ X-rays, MRIs และ CT scans
ซึ่งการตรวจพิเศษเหล่านี้ อาจจำเป็นต้องทำเมื่อ อาการปวดไม่หาย
ตามที่ควรจะหาย หรือการรักษาตามวิธีอนุรักษ์แล้วยังไม่ดีขึ้น

What's the Treatment for Low Back Strain?

ภาวะหลังเคล็ด (strain)...
เมื่อท่านเกิดภาวะหลังเคล็ดยอกขึ้น ท่านจะพบว่า กล้ามเนื้อ
, เส้นเอ็น
และพังผืดต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่รักษากระดูกสันหลังให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
ได้เสียไป  โดยถูกทำให้ยืดเกินขอบเขตที่มันสามารถทนทานได้
จึงมีการฉีดขาดระดับไมโคร (tiny tear) เกิดขึ้น สามารถทำให้กระดูก
สันหลังสูญเสียเสียความแข็งแรงไปได้

จากการฉีกขาดของเนื้อเยื้อดังกล่าว ย่อมเป็นเหตุให้เกิดอาการเจ็บปวด
บางรายปวดมาก และบางรายถึงขึ้นเกิดมีอารมณ์แปรเปลียน 
ถึงขั้นเป็นโรคจิดซึมเศร้าไป

แต่โชคยังดีที่ภาวะหลังคล็ด(strain) ดังกล่าวส่วนใหญ่ สามารถหายได้เอง
เพื่อเป็นการช่วยให้ กล้ามเนื้อ และเอ็นที่ฉีกขาดไปนั้นหายได้เร็วฃึ้น
  ท่าน
ควรทำสิ่งต่อไปนี้:

·        ประคบหลังของท่านด้วยน้ำแข็ง (Ice your back) ซึ่งสามารถ
ลดความเจ้บปวด และอาการปวดลงได้ โดยท่านจะต้องกระทำ
ทันหลังได้รั้บบาดเจ็บ

ในการประคบด้วยน้ำแข็ง (ห่อด้วยผ้านุ่ม) ให่ทำทุก 3 -4 ซั่วโมง
แต่ละครั้งประคบนานประมาณ
 20 – 30 นาที
นอกจากนั้น หลังจากได้รับกายภาพบำบัด  ท่านยังสามารถประ
คบต่อได้อีก

·        ประคบหลังด้วยความร้อน (Apply heat to your back) ซึ่ง
ท่านจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการประคบด้วยน้ำแข็งผ่านไป
2 – 3 วันแล้ว

การประคบด้วยความร้อน จะทำกระทำก็ต่อเมื่ออาการบวมทีเกิดในตอนแรกได้ลดลง  

โดยท่านอาจใช้กระเป๋าน้ำร้อนธรรมดา หรือ electric heating pad  หรืออาจอาบน้ำร้อนก็ได้

·         รับประทานยาแก้ปวด (Take painkillers) ยาที่ท่านจะได้รับจากแพทย์ 

 ได้แก่ ยากลุ่ม nonsteroidal anti-inflammatory drug
เช่น ibuprofen หรือ naproxen จะช่วยรักษาอากาบวด และลดอาการปวดลงได้

·        ใช้อุปกรณ์ช่วยประคองหลัง (use support) ก่อนใช้...
ท่านควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าควรใช้หรือไม่ และหากใช้อุปกรณ์ดังกล่าว  
ท่านควรใช้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น หรือใช้เมื่อมีการยกของหนัก หรือต้องยกของเป็นประจำ

หากท่านใช้ในระยะยาว จะเป็นผลเสียต่อท่าน โดยทำให้กล้ามเนือหลังของท่าน
อ่อนแอ และไร้ประสิทธิภาพ

·        รับการรักษาด้วยกรรมวิธีกายภาพบำบัด (Get physical therapy)
ภายหลังจากได้รับบาดเจ็บของหลัง...ส่วนใหญ่จะทำให้กล้ามเนื้อ่อนแอ
ด้งนั้น ท่านจึงจำเป็นต้องสร้างความแข็งแรงให้เกิดขึ้น โดยการบริหารกล้ามเนื้อท้อง และหลัง

อย่านอนพักนานเกินไป...เพราะมีแต่จะทำให้หลังของท่านแย่ลงเท่านั้น

·        คงสภาพความตึงของกล้ามเนื้อ (Maintain good muscle tone)
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อท้อง (Abs) และกล้ามเนื้อหลัง จะต้องมีความตึง
อยู่เสมอ ซึ่งท่านสามารถกระได้ด้วยการบริหารเป็นประจำเท่านั้นเอง

ไม่ว่าใครจะบอกท่าน หรือท่านได้ยินจากใคร
ขอให้ทราบไว้เถอะว่า...
การนอนพักบนเตียงนาน ๆ ไม่ช่วยให้อาการปวดหลังของท่านดีขึ้นได้


หลายท่านเคยเชื่อมาก่อนว่า วิธีการรักษาหลังเคล็ด
 (strain) ที่ดีที่สุด คือการนอนพัก 

จนกว่าอาการจะดีขึ้น  แต่ผลจากการศึกษากลับพบว่า...
การทำเช่นนั้น ไม่ได้ช่วยให้หลังดีขึ้นเลย

สิ่งที่ท่านควรทำ คือหลังจากท่านได้รับบาดเจ็บทีบริเวณหลัง... 

ให้ท่านนอนพักได้หนึ่ง ถึงสองวัน หลังจากนั้น ท่านจะต้องเริ่มต้นเคลื่อนไหวร่างกาย 
โดยเริ่มต้นจากน้อย ไปหามาก 

When Will My Lower Back Strain Feel Better?

ระยะเวลาการฟื้นตัวจากภาวะบาดเจ็บ จะขึ้นตรงกับความรุนแรงของบาดเจ็บที่เกิดขึ้น
ในกรณีที่เป็นน้อย (mild case) อาการจะหายไปได้เองภายในหนึ่งถึงสองวัน
ส่วนในรายที่เป็นมาก
 (severe case) อาจกินเวลานานเป็นอาทิตย์ ๆ

ข้อควรจำ...การหายของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน
ภายหลังจากการปวดหลังจากภาวะเคล็ดยอก (strain) ได้หายไปแล้ว...
ท่านจะต้องบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อท้อง และหลัง 


Go to..   http://www.whyiexercise.com/

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีหลังเคล็ดยอกเกิดขึ้นอีก
ท่านต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรม ต่าง ๆ ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดบาดเจ็บที่หลังได้่ และบริหาร
กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อท้องอย่างสม่ำเสมอ  รวมถึงการทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี
  เช่น  การเดิน, การว่ายน้ำปั่นจักรยานกับที่ เป็นต้น

ไม่ว่าท่านจะทำอะไรก็ตาม  อย่าได้รีบเริ่งเป็นอันขาด...
ให้บริหารร่างกายด้วยความสนุก และอย่าทำการใดที่จะก่อให้เกิดบาดเจ็บ
ขึ้น จนกว่า...

·        ท่านจะรู้สึกสบาย สามารถเคลื่อนไหวได้โดยที่ร่างกายไม่มีอาการ
แข็งทือ
 (stiffness)
·        มีความรู้สึกสบาย ไม่มีความเจ็บปวดเมื่อท่านก้ม บิดตัวหรือกระโดด

ถ้าท่านเริ่มเร่งตัวเอง ก่อนที่อาการบาดเจ็บของหลังจะได้หายสนิท ท่าน
อาจลงเอยด้วยการเป็นโรคปวดหลังเรื้อรัง และได้รับบาดเจ็บชนิดถาวร
 

How Can I Prevent Low Back Strain?
เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการฉีกขาด (strain) ของกล้ามเนื้อ และ
เอ็นของกระดูกสันหลังส่วนล่าง  ข้อมูลต่อไปนี้สามารถช่วยท่านได้

·        นระหว่างการบริหารร่างกาย ถ้าท่านมีอาการปวดเกิดขึ้น
         ท่านต้องหยุดการบริหารร่างกายทันที
        ในระหว่างเพิ่มระดับ

          ความรุนแรงของการออกกำลังกาย หากพบว่า 
         ท่านรู้สึกปวดหลังขึ้น ท่านจะต้องพักผ่อนสักสองสามวันก่อนที่ท่านจำเริ่มต้นใหม่

·        รักษาสุขภาพของท่านให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการออกกลังกาย
          และทำการยืดเส้นสายอย่างสม่ำเสมอ


·        หลีกเลี่ยงจากการนอนคว่ำทับหน้าอก ท่านจะต้องนอนบนแผ่นหลัง
         หรือนอนทางด้านข้าง และมีหมอนสอดวางระหว่างขาทั้งสอง


·        เมื่อท่านต้องการยกของหนัก, ให้งอที่ข้อเข้างสอง ไม่ใช้ที่บั้นเอว


·        ต้องลดน้ำหนัก หากท่านมีน้ำหนักพิ่มขึ้น


·        จงให้ร่างกายของท่านอยู่ในท่าที่ดี (good posture) ซึ่งกระทำได้
         ด้วยการนั่งบนเก้าอี้ให้ตรง โดยให้แผ่นหลังยันกับพนักเก้าอี้
         ด้วยการนั่งบนเก้าอี้ให้ตรง โดยให้แผ่นหลังยันกับพนักเก้าอี้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น