วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

Atrial Fibrillation (AF): ManagementMarch 13,2012

เป็นที่รู้กันว่า atrial fibrillation เป็นการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติแบบหนึ่ง
ซึงนอกจากจะเต้นด้วยจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอแล้ว มันยังเต้นด้วยอัตราความเร็วสูงมากอีกด้วย
เป็นสาเหตุให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ได้

ในระหว่างที่หัวใจเต้นผิดปกติดังกล่าว หัวใจสองห้องบนจะเต้นได้อย่างไม่สม่ำเสมอ
เป็นการเต้นที่ไม่สัมพันธ์กับ หัวใจสองห้องล่าง (ventricles)

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ AF คนไข้จะมีอาการหัวใจสั่นเต้นระริก
หายใจไม่คล่องตัว เป็นการหายใจหอบ และ ถึ่
อยากจะดูให้เห็นภาพชัด ๆ ก็ให้ดูปลาที่อยู่เหนือน้ำ ที่กำลังต้องการออกซิเจน

ตอนที่มันเกิดอาการ (AF) มันอาจเป็นแบบกระผลุบกระโผล่ เกิดขึ้น แล้วก็หายไป
หรือในบางราย มันอาจเป็นแบบถาวร แม้ว่า มันอาจไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
แต่ก็รุนแรงมากพอที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรีบด่วน
ภาวะดังกล่าว สามารถรักษาด้วยยา หรือรักษาอย่างอื่นเพื่อทำให้ระบบคลื่นกระแสไฟฟ้า
ที่ผิดปกติให้ดีขึ้นได้

Treatments and drugs

ในคนบางคน จะมีเหตุการณ์บางอย่าง หรือโรคบางอย่าง
เช่น โรคต่อมไทรอยด์ อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะ atrial fibrillation
ถ้าโรคที่กระตุ้นให้เกิดการเต้นของหัวใจผิดปกติ ได้รับการแก้ไข ปัญหาการเต้นของหัวใจก็จะหายไปเอง
ถ้าอาการของภาวะ atrial fibrillation รบกวนท่าน หรือทำให้ท่านรู้สึกไม่สบาย
ท่านควรติดต่อแพทย์ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

การรักษาภาวะ atrial fibrillation มีหลายทางเลือก
ซึ่งขึ้นกับอาการเกิดขึ้นนานหรือไม่ เป้าหมายในการรักษา มีดังนี้:

• Reset rhythm หรือ Conrol heartrate
• Prevent blood clot

Resetting your heart's rhythm
ตามทฤษฎี การรักษา AF คือการรีเซทอัตราการเต้นของหัวใจ และจังหวะ
ให้กลับเต้นเหมือนปกติ ซึ่งแพทย์สามารถกระทำได้ด้วยวิธีการข๊อคด้วยไฟฟ้า
ซึ่งเรียกว่า Cardioversion หรือ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดการเต้นที่ผิดปกติ (AF)
และระยะเวลาที่เกิดความผิดปกติ

การทำ cardioversion สามารถกระทำได้สองแนวทางด้วยกัน

o Cardioversion with drugs
เป็นรูปแบบการเปลี่ยนการเต้นที่ผิดปกติ ให้กลับมาเป็นการเต้นที่ปกติด้วยการใช้ยา (medications)
ซึ่ง อาจเรียกว่า anti-arrhythmia โดยอาจเป็นยาเม็ดรับประทาน หรือ เป็นยาฉีดเข้าเส้นเลือด
เพื่อทำให้การเต้นของหัวใจกลับสู่ภาวการณ์เต้นปกติ

ภายหลังจากหัวใจเต้นเป็นปกติแล้ว แพทย์จะให้ยาเดิมแกคนไข้
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด AF ขึ้นมาอีก

o Electrical cardioversion เป็นการกระตุกหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้า
ซึ่งกระทำภายใต้การใช้ยาสลบ ซึ่งสามารถทำให้การเต้นผิดปกติ กลับสู่สภาพเดิมได้
ก่อนทำ electric cardioversion คนไข้จะได้รับยาต้านการจับตัวของเม็ดเลือด เช่น
Warfarin โดยให้คนไข้...เป็นเวลาหลายอาทิตย์ก่อนทำการ๊อคด้วยไฟฟ้า
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมีก้อนเลือดไปอุดตันเส้นเลือดที่สำคัญ ทำให้สมองขาดเลือด และเกิดอัมพาติ

Maintaining a normal heart rhythm
การทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ
ภายหลังการทำ electrical cardioversion เราจำเป็นต้องใช้ยาต้านการเต้นหัวใจที่ผิดปกติ
เป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการเต้นผิดปกติแบบ atrial fibrillation
ยาที่เรานำมาใช้กัน ได้แก่:

o Amiodarone (Cordarone, Pacerone)
o Dronedarone (Maltaq)
o Propafenone (Rythmol)
o Sotalol (Betapace)
o Dofetilide (Tikosyn)
o Flecainide (Tambocor)

ยาเหล่านี้ มันสามารถช่วยรักษา และคงสภาพการเต้นของหัวใจ ให้อยู่ในระดับปกติได้ก็จริง
แต่มันสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งได้แก่:

o Nausea
o Dizziness
o Fatigue

นอกจากนี้ ยาเหล่านี้ อาจทำให้เกิดการเต้นของหัวใจสองห้องล่างเต้นผิดปกติ
(ventricular arrhythmia) โชคดีทีมันพบได้ไม่ค่อยบ่อยหนัก (rarely)
ซึ่ง เป็นภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต โดยทำให้เกิดคลื่นกระแสไฟฟ้าจากหัวใจสองห้องล่างนั้นเอง

ยาเหล่านี้ คนไข้อาจจำเป็นต้องใช้ไปตลอดชีวิตได้
และจากการที่คนไข้จต้องกินยาดังกล่าว เขายังมีโอกาสเกิดภาวะ Atrial Fibrillation ได้

Heart rate control
การควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ
โดยมีเป้าในการลดอัตราการเต้นของหัวใจ ให้อยู่ระหว่าง 60-100 ต่อนาที ซึ่ง สามารถกระทำได้โดย:

o ยารักษา (medications)
แพทย์จำนวนไม่น้อยจะสั่งให้คนไข้กินยา digoxin (Lanoxin)
ยาดังกล่าว สามารถสามารถควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจใสขณะพักได้
แต่เวลาออกแรง ยาตัวนี้ทำงานได้ไม่ดีนัก นอกจาก digoxin ยังมียาตัวอื่น ที่แพทย์จะสั่งจ่ายให้คนไข้
เช่น ยาในกลุ่ม calcium channel blocker โดยให้เพิ่มยาที่คนไข้รับอยู่ก่อนหรือเป็นยาตัวใหม่
นอกเหนือจากนั้น ยาลดความดันในกลุ่ม angiotensin-converting enzyme inhibitors
บางครั้งใช้ลดความดันโลหิต สามารถลดความเสี่ยงจากการเกิด AF ได้

o Atrioventricular (AV) ablation. ถ้ายาไม่สามารถแก้ปัญหาได้
หรือ เป็นเพราะคนไข้แพ้ยา เราอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาด้วยการทำลายปุ่ม AV node
ที่ทำหน้าที่ก่อให้เกิดคลื่นกระแบไฟฟ้าของหัวใจ (AV node ablation)
ซึ่งกระทำได้โดยการใช้คลื่นวิทยุที่มีความถี่สูง (radiofequency energy) ทำลาย AV node

วิธีการดังกล่าว ทำให้คลื่นจาก SA node จากหัวใจห้องบน (atria) ไม่
สามารถส่งคลื่นไปยังกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างได้

กล้ามเนื้อหัวใจห้องบน (atria) ยังคงเต้นแบบสั่นระริก (fibrillate)
และเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดเกาะตัวเป็นก้อน จำเป็นต้องได้รับยาต้านการจับตัวเป็นก้อนเลือด
(anti-coagulant medications)

ขั้นตอนต่อจากการทำ AV node ablation คือการให้คนไข้ต้องใช้เครื่อง
กระตุ้นการเต้นของหัวใจ (pacemaker) เพื่อ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเต้นได้ตามปกติ

ในขณะที่หัวใจห้องบนยังเต้นแบบสั่นระริก (atrial fibrillation)
คนไข้จำเป็นต้องได้รับยาต้านเม็ดเลือดจับตัวเป็นก้อน (clotting)
เพื่อป้องกันไมให้เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองเกิดการอุดตัน เป็นการ
ป้องกันไม่ให้สมองถูกทำลาย เพราะขาดเลือด และออกซิเจน

• Surgical maze procedure.
นอกจากทำลายจุดกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้า ด้วยคลื่นวิทยุที่มีความถี่สูง
หรือทำลายด้วยความเย็น (cryotherapy) แพทย์เขาสามารถทำลายเนื้อเยื้อ
ที่ทำหน้าที่ก่อกำเนิดคลื่นกระแสไฟฟ้าด้วยวิธีการใช้มีดผ่าตัดกรีดทำลายเนื้อเยื่อ
ที่เกี่ยวข้องกับทางเดินของคลื่นกระแสไฟฟ้าลง สามารถทำให้การเต้นของหัวใจแบบ AF หายได้
เขาเรียกวิธีดังกล่าวว่า surgical maze procedure:
เป็นวิธีการที่จะต้องทำการผ่าตัดเปิดหัวใจ และ สงวนไว้เฉพาะรายที่ไม่ตอบสนอง
ต่อการรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ เท่านั้น

• การป้องกันไม่ให้เกิดมีก้อนเลือด ( Preventing blood clots)
คนไข้ทุกรายที่เกิดการเต้นของหัวใจผิดปกติแบบ AF นั้น
จัดเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการอุดตัน ของเส้นเลือดไปเลี้ยงสมอง ทำให้คนไข้เกิดภาวะอัมพาติได้
ยิ่งปล่อยให้เกิด AF ไม่ได้รับการรักษา โอกาสที่จะเกิดภาวะดังกล่าวยิ่งมีได้สูง
ดังนั้น แพทย์จึงจำเป็นต้องสั่งให้คนไข้กินยา ต้านการจับตัวของเม็ดเลือด
(blood thinner or anticoagulant) เช่น:

o Warfarin (cCoumadin)
o Dabigarran(Pradaxa)
o Rivaroxaban (Xarelto)

http://www.mayoclinic.com/health/atrial-fibrillation/DS00291/DSECTION=lifestyle-and-home-remedies

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น