วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประเด็นน่ารู้ในเรืองโรคเบาหวาน. P.10: Who should be tested for prediabetes and diabetes?

March 3, 2014

คนที่สมควรได้รับการตรวจเช็คดูว่า ตนเองเป็นโรคเบาหวานหรือไม่
มีดังนี้:

 มีน้ำหนักเกิน และมีอายุมากกว่า 45

 มีน้ำหนักเกิน และมีอายุต่ำกว่า 45 พร้อมกับมปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม
เป็นต้นว่า:

o ความดนโลหิตสูง
o ไขมันคลอเลสเตรอลสูง
o ประวัติครอบครัวเป็นโรคเหบาวหาน
o เชื้อชาติ
o มีประวัติเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

ถ้าผลการตรวจเลือดของท่านอยู่ในระดับปกติ  ท่านควรตรวจซ้ำอีกครั้ง
ทุก ๆ สามปี   และหากผลการตรวจเลือดของท่านพบว่า
ท่านเป็นก่อน "เป็นโรคเบาหวาน" (prediabetes)  ท่านควรตรวจเลือดทุกๆ
หนึ่ง ถึงสองปีหลังการวินิจฉัยว่าท่านเป็น "ก่อนเป็นโรคเบาหวาน"
เพื่อให้ได้คำวินิจฉัยว่า  ท่านเป็นโรคเบาหวาน (diabetes) แล้วหรือไม่ ?

และภายใต้ภาวะ "ก่อนเป็นเบาหวาน"   ท่านเพียงตรวจเลือดสามอย่าง
ต่อไปนี้  ก็เพียงพอแก่การ...:

HbA1C ( Glycosylated hemoglobin test)

ผลของการตรวจ A1C ...
จะถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยได้ทั้งภาวะกาอนเป็นโรคเบาหวาน และโรค
เบาหวาน ซึ่งเป็นการตรวจวัดดูค่าเฉลียของระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง
2 – 3 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นการตรวจที่ง่าย คนไข้ไม่ต้องอดข้าว
หรืออดอะไรทั้งสิ้น

ถ้า A1C วัดได้ 5.7 % ถึง 6.4 % แพทย์เขาจะบอกท่านว่า
ท่านมีความเส่ียงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และท่านได้อยู่ในภาวะ
ของก่อนเป็นหวาน (prediabetes) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และแพทย์เขาจะบอกว่า ท่านเป็นเบาหวานเมื่อท่านมีค่าของ A1C
มีค่า 6.4 % หรือสูงกว่า

Fasting Plasma Glucose Test (FPG)
(ระดับน้ำตาลในเลือดขณะท้องว่าง)

ก่อนทำการตรวจเลือดหาน้ำตาล (FBG) ...
ท่านจะต้องอดอาหาร มีรับประทานอะไรทั้งนั้น (ยกเว้นน้ำดื่ม)  เป็นเวลา
อย่างน้อย 8 ชั่วโมง  เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะเจาะเลือด และส่งไป
ยังห้องปฏิบัติการณ์เพื่อการวิะคระห์ต่อไป    ผลของการตรวจน้ำตาลในเลือด
จะมีลักษณะดังต่อไปนี้:


ระดับน้ำตาล
(FBG)
วินิจฉัย

หมายความว่าอย่างไร ?

100 to 125
mg/dL
Prediabetes (also called Impaired Fasting Glucose)
ระดับนำ้ตาลในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ  แตไม่สูงพอที่จะเป็น หรือวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบหาวาน  ภายเช่นนี้  มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้นอหลายอย่าง  เป็นต้้นว่าเป็นโรคเบาหวานประเภทสองล โรคหัวใจ, และภาวะสมองถูกทำลายจากการขาดเล์ด
126 mg/dL
or more
Prediabetes (also called Impaired Fasting Glucose)
ระดับน้ำตาลสูงกว่าระดับปกติ  แต่ไมสูงพอที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน  ภาวเช่นนี้  เพิ่มความเสี่ยงต่อการทำใหเกิดโรคเบาหวานประเภทสอง



Oral Glucose Tolerance Test (OGTT)


เป็นการตรวจสอบดูสมรรถภาพของร่างกายว่า   ร่างกายสามารถจัดการ

กับน้ำตาลในกระแสะเลือดตามกำหนดได้ดีแค่ใด  โดยแพทย์จะทำการเจาะเลือดก่อน
และหลังจากท่านดื่มน้ำที่มีปริมาณของกลูโกสจำนวนหนึ่ง   สองชั่วโมงให้หลัง
แพทย์จะทำการเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลในเลือด    แล้วนำมาเปรียบเทียบกันว่า
ก่อนและหลังการดื่มน้ำที่มีน้ำตาลนั้น   ร่างกายจัดการกับน้ำตาลได้ดีแค่ใด
และค่าที่วัดได้ จะถูกวัดเป็น mg/dL ดังนี้:



ระดับน้ำตาล (OGTT)

วินิจฉัย
หมายความว่า
140 to 199 mg/dL
Prediabetes (also called Impaired Fasting Glucose)

ระดัยบน้ำตาลในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ  ไม่สูงพที่จะวินิัยว่าเป็นโรคเบาหวาน  แลภาวะนี้มีความเสี่ยงต่อการทำให้เกิดเป็นโคคเบาหวาน ปรเภทสอง  และมีความเี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และภาวะสมองถูกทำลายจาการขาดเลือด


200 mg/dL or higher
Diabetes mellitus (type 2 diabetes)
เป็นเบาหวานประเภทสอง  โดยร่างกายไม่สามารถสร้งอนซูลินได้มากพอ  หรือร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซุลิน
เขามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ  และภาวะสมองถูกทำลาย



<< BACK P. 9:  Symptoms, Diagnosis, Monitoring Diabetes


 NEXT >> P.11  : Prevention and treatment of diabetes

ประเด็นน่ารู้ในโรคเบาหวาน. P.9: Symptoms, Diagnosis & Monitoring of Diabetes

March 3, 2014

The Amercian Heart Association’s Heart Disease And Stroke 
Statistics....เขากล่าวว่า  คนอเมริกันที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปไม่ทราบ
ว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน (ทั้งประเภทหนึ่ง & สอง) ถึง 6 ล้านคน
โดยคนกลุ่มนี้  จะมาพบแพทย์ พร้อมกับถูกวินิจฉัยว่า  
เป็นโรคเบาหวาน  ซึ่งเป็นช่วงทีี่โรคมีอาการรุนแรงแล้ว 

โรคเบาหวานหากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา...
จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อสุขภาพได้หลายอย่าง  ซึ่งเป็นเรื่องที่
น่ากลัว นั้นคือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่า  
"อาการเตือน" ของโรค   และหากท่านเกิดมีอาการเตือนเกิดขึ้น
ท่านต้องรีบไปพบแพทย์  เพื่อตรวจสุขภาพให้เป็นกิจลักษณะเสีย

อาการ (Symptoms)
เมื่อตกอยู่ในภาวะ “ก่อนเป็นเบาหวาน” (prediabetes) จะไม่มีอาการ  
ตามเป็นจริงแล้ว  คนที่เป็นเบาหวานทั้งประเภท และประเภท
ต่างไม่มีอาการ  หรือ มีอาการน้อย ไม่เป็นที่สังเกตัุ และไมทราบว่ามัน
คืออะไร  หากเรารู้อาการเตือน  ก้น่าจะเป็นประโยชน์:


Prediabetes
Type 1 Diabetes
Type 2 diabetes
No symptoms
Increasd or extreme
       thirst
Increase thirst

Increase appetite
Increase appetite

Increase fatigue
Fatique

Increase of frequent     
urination
Increase urination  especially at night

Unudaul weight loss
Weight loss

Blurred vision
Blurred vision

Fruity odor or  breath
Sore that do not heal

In some case no symptoms
In some case no symptoms


ถ้าท่านมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กล่าวมา...
ท่านควรไปพบแพทย์  เพื่อทำการตรวจเช็คให้หายข้อข้อใจ
เพราะทั้งภาวะ "ก่อนเป็นโรคเบาหวาน" และโรค"เบาหวาน" สามารถวินิจฉัย
โดยแพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น



ประเด็นน่ารู้ในเรืองโรคเบาหวาน. P.8 : Understand Your Risk for Diabetes

March 3, 2014

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน...
จากสถิติของสหรัฐฯ   รายงานเอาไว้ว่า โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของ
การเสียชีวิตในประชาชนของเขามากกว่า 230,000 รายต่อปี...
เป็นที่น่าตกใจที่พบว่า โรคดังกล่าวได้เกิดขึ้นพร้อมกับภาวะแทรกซ้อน
โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบว่า   ตนเองเป็นโรคเบาหวาน
     
ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (non-modifiable risk factor
For type 2 diabetes)

มีปัจจัยเสี่ยงจำนวนไม่น้อย    ซึ่งเพิ่มอันตรายต่อการเกิด "ภาวะก่อนเป็นโรค
เบาหวาน (prediabetes)"  และเกิดเป็นโรค เบาหวานประเภทสองในที่สุด
ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว  เป็นเรื่องที่คนเราไม่สามารถควบคุมได้
เป็นต้นว่า:

o ประวัติครอบครัว (Family history)
ถ้าญาติของท่าน ซึ่งเป็นสายพันธ์เดียวกันเกิดเป็นโรคเบาหวาน
ท่านมีโอกาสที่จะเกิดเป็นเบาหวานได้สูง

o เชื้อชาติ หรือสายพันธ์ (Race or Ethinic background) 
ถ้าท่านเป็นชนชาติอาฟกัน, เอเชียน, ชาวเกาะ... ต่างมีแนวโน้มที่จะเกิด
เป็นโรคเบหวานกัน

o อายุ (Age)
อายุยิ่งแก่มากขึ้น   ท่านมีโอกาสที่จะเกิดเป็นโรคเบาหวาน...
โดยทั้วไป เบาหวานประเภทสอง  มักจะเกิดในวัยกลางคน (หลัง 45 ปี)
อย่างไรก็ตาม   ในปัจจุบันปรากฏว่า  มีเด็ก และวัยรุ่นเริ่มเป็นโรคเบาหวาน
ประเภทสอง (ชาวอเมรกัน) กันมากขึ้น

o ประวัติการเกิดเป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์
(History of gestational diabetes)
ถ้าท่านมีประวัติว่าเป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์  หรือคลอดลุูกมีน้ำหนัก
มากกว่า 9 ปอนด์ ท่านมีความเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคเบาหวาน

ปัจจัยเสี่ยง (ที่เปลี่ยนแปลงได้) ที่ทำให้เกิดโรคเบหาวาน
(Modifiable Risk Factors for Type 2 Diabetes)

มีปัจจัยเหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ โดยเราไม่สามารถ
ควบคุมมันได้  แต่ในขณะเดียวกัน  ยังปรากฏว่ามีปัจจัยอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เราสามารถควบคุมได้  โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง
ย่อมสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวาน   และสามารถทำให้
คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นด้วย

ปัจจัยที่คนเราสามารถควบคุมได้ ได้แก่:

• น้ำหนักเกิน / อ้วน (Overweight/obesity)
โรคเบาหวานจะพบในชายได้ประมาณ 50 % และพบในเพศหญิงประมาณ 70 %
ถ้าหากคนเรามีน้ำหนักตัวเกินปติ (optimal body weight) จะมีความเสี่ยงต่อ
การเกิ ดเบาหวานได้ถึง 20 %

หากคนเราสามารถลดน้ำหนักตัวลงได้ 5% ถึง 7% สามารถลดความเสี่ยง
ต่อการภาวะก่อนเป็นเบาหวานได้ครึ่งหนึ่ง  และหากท่านสามารถลดน้ำหนักลง
ได้มาก  ท่านยิ่งมีโอกาสลดความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานได้มากขึ้นตามส่วน

• การไม่ออกกำลังกาย (Physical inactivity)
คนที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน...มักจะไม่ค่อยออกกำลังกาย
ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ “ก่อนเป็นโรคเบาหวาน” และ
โรคเบาหวานประเภทสองได้สูง

ท่านเพียงแต่ออกกำลังกาย (แอโรคบิค) ระดับพอประมาณ 150  นาที / หนึ่งอาทิตย์
หรือ ออกกำลังอย่างหนักเพียง 90 นาที ต่อหนึ่งอาทิตย์  นอกจากจะทำให้ท่าน
มีสุขภาพดีแล้ว ท่านยังสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
 และโรคหัวใจได้

• ความดันโลหิตสูง (High blood pressure)
มีรายงานว่า ความดันโลหิตสูงนอกจากจะทำลายระบบหัวใจ และ
เส้นเลือดแล้ว ยังมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคเหบาหวานด้วย

• ระดับไขมันคลอเลสเตอรอลที่ผิดปกติ
(Abnormal cholesterol (lipid) levels)
เมื่อใดก็ตามที่ท่านมีไขมันดี HDL cholesterol ต่ำ, ไขมันเลว  LDL cholesterol สูง 
และมี triglycerides สูง จะเพิมความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานประเภทสอง
ไม่แต่เท่าน้น มันยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
และเส้นเลือดได้อีกด้วย

จะเห็นว่า การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย    และการรักษาน้ำหนักตัวให้เป็นปกติ
สามารถช่วยทำให้ระดับไขมันอยู่ในระดับปกติได้...และ
บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ยา (medications) ช่วย


<< BACK P. 7::Why are people with diabetes at increase risk for CVD ?

NEXT >> P.9  :Symptoms, Diagnosis & Monitoring of Diabetes

ประเด็นน่ารู้ในเรืองโรคเบาหวาน. P.7 : Why are people with diabetes at increased risk for CVD?

Feb. 27,2014

สำหรับท่านที่เป็นโรคเบาหวาน...
แม้ว่า เราสามารถควบคุมโรคดังกล่าวได้ก็ตาม แต่มันยังเพิ่มความเสี่ยง
ต่อการเกิดโรคหัวใจ และสมองูกทำลาได้ ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราคนที่เป็น
โรคเบาหวาน โดยเฉพาะประเภทสอง มักจะมีหลายกรณีที่เป็นปัจจัย
เสี่ยงต่อการเกิดหัวใจ และเส้นเลือดได้ ที่เราควรทราบได้แก่:

 โรคความดันโลหิตสูง (High blood pressure)
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ความดันเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
ต่อการทำให้เกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือด
โดยมีรายงานจำนวนไม่น้อยได้ยืนยันว่า ความดันเลือดสูงจะสัมพันธ์
กับภาวะของร่างกายเกิดการต่อต้านฮอร์โมน“อินซูลิน”
ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจตามที่กล่าว

 ไขมัน “คลอเลสเตอรอล” ผิดปกติ และมีไตรกลีเซอไรด็สูง
(Abnormal Cholesterol and high triglycerides)
เรามักจะพบว่า คนไข้ที่เป็นโรคเบหวาน มักจะพบว่ามีระดับไขมัน
แลอเลสเตอรอลผิดปกติ เช่น LDL cholesterol สูง, HDL cholesterol
ตำ, ไตรกลีเซอไรด็ (triglycerides) สูง
ซึ่งทั้งสามกรณีมักจะเกิดขึ้นในคนที่เป็นโรคหัวใจจากหลอดเลือด
ซึ่งเกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร (premature coronary heart disease)

นอกจากนั้น เรายังพบว่า ภาวะของไขมันผิดปกติทั้งสาม...ยังเกิด
ร่วมกับภาวะของร่างกายที่เกิดการต่อต้าน “อินซูลิน” และภาวะ
ของเส้นเลือดตีบแข็ง (atherocsclerotic dyslipemia)

 ความอ้วน (Obesity)
เป็นที่ทราบว่า ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ และ
เส้นเลือด และมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิภภาวะต่อต้านฮอร์โมนอินข
ซูลินอย่างมีนัย และการลดน้ำหนักสามารถลดความเสี่ยงจากการ
เกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือด, ทำให้ระดับน้ำตาลลดลง และเพิ่มความ
ไวของร่างกายต่อฮอร์โมนอินซูลินได้

นอกจานั้น เรายังพบว่า ความอ้วน และภาวะของร่างกายต่อต้าน
ฮอร์โมนอินซูลิน ยังสัมพันธ์กับปัจจัยอย่างอื่น ๆ เช่น ความดันเลือด
สูง

 ปราศจากการออกกำลังกาย (Lack of physical activity)
การออกกำลังกายเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงภาวะ
ของร่างกายที่มี่ต่อการต้านทานฮอร์โมนอินซูลิน และโรคหัวใจเส้น
เลือดได้

การออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก สามารถป้องกั หรือชะลอ
การเริ่มเกิดโรคเบาหวานประเภทนสองได้, ลดการเกิดความดันเลือด
สูง และภาวะสมองถูกทำลายจากการขาดเลือด (stroke) หได้
ไม่ว่าท่าจะออกกำลังกายด้วยวิธีใด ต่างมีประโยชน์ต่อที่สิ่งกล่าว
มาแทบทั้งหมด เป็นต้นว่า การออกกำลังกายแบบ “แอโรคลบิค”
ระดับพอประมาณ หรือรุนแรง, แข่งกิฬา, หรือทำงานบ้าน, ทำส่วน
ครัว, หรือกิจกรรมที่ต้องออกแรง...

 ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่มีระดับสูงมากได้
(Poorly controlled blood sugars (too high) or out ofnormal Range)
คนเป็นโรคเบาวหวานสามารถทำให้ระดับน้ำตลในเลือดเพิ่ม
สู่ระดับทีเป็นอันตรายได้ และในการณีดักล่าว อาจจำเป็นต้อง
ใช้ยาหลายตัวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลดังกล่าง

 การสูบบุหรี่ ( Smoking )
คนเราไม่ว่า ท่านจะเป็นเบาหวานหรือไม่ เพียงแค่สูบบุหรี่เท่านั้น
สามารถเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจ และและดรคสมอง (heart
Disease & stroke)

คนที่อยู่ในสภาพไม่ตอบสนองต่อ “อินซุลิน” (insulin resistance) หรือคน
ที่เป็นโรคเบาหวานร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง หรือมากอย่างตามที่กล่าว
มา มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคหัวใจ (heart disease) หรือโรคทางสมอง
(stroke)และมี่แต่เพียงควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวเท่านั้น
จึงอาจหลีกเลี่ยงหรือชะลอไม่ให้เกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดได้

<< BACK P. 6: Cholesterol abnormalities and diabetes

NEXT >> P.8: Understanding your risk of diabetes

ประเด็นน่ารู้ในเรืองโรคเบาหวาน. P.13: How does diabetes affect cholesterol?

March 2, 2014

คนที่เป็นโรคเบาหวาน...
มีแนวโน้มที่จะทำให้ระดับไขมันดี(good cholesterol) ลดลง
และเพิ่มระดับไขมัน triglycerides และ ไขมันเลว (LDL cholesterol)
ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ (heart disease) 
และสมองถูกทำลายจากการขาดเลือด (stroke) 
ภาวะดังกล่าว  เราเรียกว่า diabetic dyslipidemia

Diabetic dyslipidemia  หมายถึงภาวะของการมีไขมันในกระแส
เลือดสูงผิดปกติ,   (HDL cholesterol) ต่ำ,  และ LDL cholesterol สูง
ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดมีคราบไขมันเกาะตามผนังเส้นเลือดแดง เกิดเส้นเลือด
ตีบแข็ง (atherosclerosis)  และเกิดการอุดตันในที่สุด

ผลจากการศึกษา...
พบว่า  มีความสัมพันธ์ระหว่าง การต่อต้าน “อินซูลิน”
ซึ่งเป็นสภาวะ "ก่อนกำเนิด (precursor)"  ของโรคเบาหวานประเภทสอง
โดยเกิดขึ้นก่อนที่โรคเบาหวาน ( T2D) จะเกิดขึ้น


ประเด็นน่ารู้ในเรืองโรคเบาหวาน. P.5:Why Diabetes Matters

Feb. 27,2014

โรคหัวใจ (heart disease) และสมองขาดเลือด (stroke) เป็นสาเหตุทำ
ให้คนเสียชีวิต เป็นอันดับหนึง และทำให้คนเกิดความพิการไร้ประสิทธิภาพ
ในรูปแบบต่าง ๆ ในคนที่เป็นโรคเบาหวานประเภทสอง

โรคเบาหวานสามารถก่อให้เกิดผลเสียเกิดขึ้นกับอวัยวะที่สำคัญๆ ของคนเรา
ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกัน
หลายอย่าง เป็นต้นว่า:

 โรคหัวใจ (heart disease หรือ cardiovascular disease (CVD))
    รวมไปถึงโรคของเส้นเลือดส่วนปลาย (periphearal artery dis>),
    และสมองขาดเลือด (stroke)
 โรคไต (Renal disease)
 ทำให้เกิดมีระดับไขมันผิดปกติ (unhealthy choelesterol levels)
   ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคเส้นเลือดตีบแข็ง (atherosclerosis)
 กลุ่ม “metabolic syndrome”
 ตาบอด (Blindness)
 เส้นประสาทถูกทำลาย (Nerve disease)
 ต้องถึงกับการตัดขา (Limb amputation)

ดีนะ...ที่โรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถรักษาได้  ส่วนมากสามารถป้องกัน
ได้   ซึ่งแตละคนที่เป็นโรคเบาหวานอาจหลีกเลี่ยง หรือชะลอไม่ให้เกิด
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ ด้วยวิธี:

 ทำงานร่วมกับแพทย์ และบุคลาการทางการแพทย์  จัดการรักษาโรค 
ซึ่งอาจรวมไปถึงการใช้ยารักษาเบาหวานด้วย
 เรียนรู้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากโรคเบาหวาน และ
 ปรับเปลี่ยนวิถีชิวีตที่เหมาะให้แก่ตัวเอง


<< BACK P. 4:  Cardiovascular disease and diabetes

NEXT >> P. 6 :  Cardiovascular Disease & Diabetes

วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประเด็นน่ารู้ในเรืองโรคเบาหวาน. P.6: Cholesterol Abnormalities & Diabetes

March 2, 2014

เขากล่าวว่า...
สารคลอเสลเตอรอลเป็นสารที่คล้ายขี้ผึ้ง ลักษาระอ่อนนุ่ม 
พบได้ในกระแสเลือด และภายในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย
ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม


อย่างไรก็ตาม “คลอเลสเตอรอล” แต่ละตัวจะไม่เหมือนกัน บางตัว
เป็นไขมันดี (good cholesterol) ซึ่งร่างการยมีความต้องการใน
ปริมาณที่มากพอ และไขมันบางตัวเป็นไขมันเลว (bad cholesterol)
ซึ่งจำเป็นต้องทำให้มีปริมาณอันจำกัดให้น้อยที่สุด แต่เป็นเรื่องที่ไม่
น่าพึงพอใจนัก เพราะคนที่เป็นโรคเบาหวานมักจะมีไขมันเลวในปริ
มาณสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือด

โดยการควบคุมระดับไขมัน “คลอเลสเตอรอล” ตัวไม่ดดีดังกล่าว
สามารถลดโอกาสไม่ให้เกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือด และการเสียชีวิต
ก่อนเวลาอันควร เป้าหมายของ

ไขมันคลอเลสเตอรอล (Target Numbers):
การเจาะเลือดในระหว่างท้องว่าง สิ่งที่เราต้องทำการตรวจ (lpoprotein
Profiele) มี่ไขมันหลายตัวที่เราต้องการตรวย ซึ่งมีระดับดังต่อไปนี้:

• Low-density-lipoprotein (LDL) cholesterol = bad cholesterol
เป้าหมาย (Target) มีค่าตำกว่า 100 mg/dL
จากสถิติของสหรัฐฯ...

ชาวอเมริกันที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ มีประมาณ 71.3 ล้านคน (31.9%)
พบระดับ LDL cholesterol 130 mg’/dL หรือสูงกว่า
ถ้าไขมันตัวนี้ในกระแสเลือดสูง มันอาจเกาะตัวทีผนังของเส้นเลือด
แดง และเมื่อ LDL cholesterol ร่วมกับสารตัวอื่น ๆ มันอาจรวมตัว
เป็นคราบ (plaque) เป็นเหตุให้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
หัวใจเพิ่มขึ้น

ในคนที่เป็นโรคเบาหวาน จะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการทำให้เกิดโรค
หัวใจ และสมองถูกทำลาย (Heart disease & Stroke)
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นต้องจัดการทำให้ระดับ LDL cholesterol
ลดต่ำให้ได้

ในกรณีมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหลายตัว แพทย์ผู้ทำการฃ
รักษาอาจจำเป็นต้องปรับให้ระดับ LDL cholesterol ต่ำกว่า 70 mg/dl
ในคนที่เป็นเบาหวาน ผู้สามารถลดไขมัน LDL cholesterol ลงสู่ระดับ
ตามที่ต้องการได้ สามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากการเกิดโรคหัวใจได้
ตั้งแต่ 20 % ถึง 50 %

• High-denstity-lopoprotein (DHL) cholestero = Good cholesterol
เป้าหมายที่ต้องการ อย่างน้อยต้อง 40 mg/dL
จากสถิติของสหรัฐฯ...

ชาวอเมรกัน 41.8 % (18.9 %) จะมี LDL cholesterol ต่ำกว่า 40 mg/dL
ไขมันตัวนี้จะมีผลตรงกันข้ามไขมันไม่ดี (LDL) นั้นคือ มันจะทำหน้าที่
กำจัดไขมัน “คลอเลสเตอรอล” อออกจากผนังของเส้นเลือดแดง

ดังนั้น ยิ่งมีระดับ HDL cholesterol ยิ่งสูงยิ่งดี การที่ท่านใดสามารรถทำ
ให้ระดับ HDL cholesterol 60 mg/dL หรือสูงกว่า สามารถปกป้องไม่
ให้เกิดโรคหัวใจได้

• Triglycerides
มีเป้าหมายต่ำกว่า 100 mg/dL
ไขมัน “ไตรกลีเซอรไรด์” เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งที่ปรากฏในร่างกาย
โดยได้จากการกินอาหารที่เป็นมัน (fats)

นอกจากนั้น เรายังพบว่า ไตรกลีเวอรไรด์ ยังถูกสร้างโดยตับอีกด้วย
การมีไขมัน “ไตรกลีเซอไรด์” ในระดับสูง   มักจะร่วมกับการมีระดับไขมัน
LDL cholesterol  สูง. และมี HDL choleserol ในระดับต่ำ
ดูเรื่อง  Should we treat moderately Elevated triglycdrides ?

<< BACK : P.5: Why diabetes matters

 NEXT >> P 7: .Why are people with diabetes at increased risk for CVD?