วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

Choesterol Lowering Medication (3): Statins

ของที่ว่า “ดี” มักจะมี “เสีย” ร่วมด้วยเสมอ
นี้ก็เป็นสัจธรรมที่ทุกคนรู้ แต่ที่ปล่อยให้เกิดอันตรายขึ้น เป็นเพราะ...
“เราไม่รู้ หรือ อาจไม่ระมัดระวัง ...)

สตรีวัยกลางคนท่านหนึ่ง นวยนาถเข้ามา... ปรึกษาหมอด้วยคำถาม:

“คุณหมอข๋า....
ดิฉันแพ้ยาลดไขมันทุกชนิด ...ควรทำอย่างไรดี...?”

คำตอบที่คนไข้รายนั้น ได้รับ:

o เลิกรับประทานยาที่แพ้ (ทุกชนิด) ซะ
o เมื่อไม่สามารถใช้ยา (cholesterol-lowering medications) ได้
มีทางออกที่เธอจะต้องทำ คือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น เลิกรับประทานอาหารที่มีมัน(fat) ทุกชนิด , ออกกำลังกายให้มากขึ้น , ลดความอ้วน....และควบคุมปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด เช่น โรคความดัน, โรคเบาหาน.
o หาอาหารเสริมมารับประทาน เช่น omega 3 fatty acid มีรายงานว่า สามารถช่วยลดไขมันได้ ?

ยาลดไขมันที่แพทย์เราชอบสั่งให้คนไข้ ได้แก่:

Statins:

ยาที่อยู่ในกลุ่มนี้มีมากมายหลายตัว ได้แก่:

o Atorcastatin (Lipitor)

o Fluvastatin (Lescol)

o Lovastatin (Mevacor, Altocor)

o Pravastatin (Pravachol)

o Simvastatin (Zocor) และ

o Rosuvastatin (Crestor)

ที่เราสั่งใช้บ่อยทีสุด คือ simvastatin
เพื่อไม่ให้ยา ทำอันตรายต่อเรา มีอะไรหลายอย่าง ที่เราผู้ใช้ควรรู้เอาไว้...
สิ่งแรกที่เราควรรู้

1. “How do statins work?”

Statins มันยับยั้งการทำงานเอ็นไซม์ตัวหนึ่ง ชื่อ HMK-CoA reductase ซึ่งเอ็นไซม์ ตัวนี้ มันมีหน้าที่ในการสร้าง cholesterol ในร่างกายของมนุษย์เรา

Statins จะลดการสร้าง cholesterol ลงได้ถึง 20 – 60 % ขณะเดียวกัน มันไปช่วยตับ ให้ทำการขับเอา Low cholesterol ออกจากร่างกายไป

ให้ทราบไว้ด้วยว่า Statins จะได้ผลดีในการลด Low cholesterol (ดีกว่าสารลด..ชนิด อื่น)
นอกจากนั้น มันยังไปเพิ่ม high cholesterol ซึ่งเป็นไขมันที่ดี(HDL) และลดพวก Total cholesterol และ triglycerides ลง

ผลของการใช้ยาในกลุ่ม statins จะได้ผลหลังจากใช้ยาไปแล้ว 4 – 6 อาทิตย์ และจาก การศึกษา พบว่า พวก statins ได้พิสูจน์ว่า มันลดอันตรายจาก heart attack, stroke, death และโรคเส้นเลือดของหัวใจ อันสืบเนื่องมาจากระดับ “คลอเลสเตอรอล” สูง อีกด้วย

2. เมื่อท่านจะต้องใช้ยา statins เพื่อลดระดับไขมันสูง ท่านต้อง “ไม่” ใช้ยาตัวนี้ :
o เมื่อพบว่า ท่านแพ้ยาพวก statins หรือแพ้ส่วนผสมของมัน

o เมื่อท่านตั้งครรภ์ หรือเตรียมที่จะมีครรภ์

o เมื่อท่านกำลังให้นมบุตร

o เมื่อท่านมีโรคตับ ในระยะ active

o เมื่อท่านดื่มจัด

o เมื่อท่านมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ (myopathy)

o เมื่อท่านมีโรคไต อันมีเหตุมาจาก rhabdomyolysis

3. ทำไมเราถึงต้องรับประทานก่อนนอน ?

ยา statins ออกมาจำหน่ายในรูปเม็ด หรือแคบซูล ซึ่งเราจะให้คนไข้กินพร้อมกับอาหาร เย็น หรือก่อนนอน ด้วยสาเหตุที่ว่า ร่างกายจะสร้าง cholesterol ในตอนกลางคืนมากกว่า ตอนกลางวัน..มันก็เท่านั้นเอง

4. Drugs and Food Interactions


เมื่อท่านกินยา statin เพื่อลดไขมันเมื่อใด สิ่งที่ท่านจะต้องรู้... นั้น คือ น้ำองุ่น (grapejuice) หากท่านดื่มในปริมาณมากไป (วันหนึ่ง ดื่มมากกว่า 1 quart = 3.7 Lt) มันจะกระทบต่อการทำงานของตับ
ตับไม่สามารถทำปฏิกิริยาทางเคมีกับยา statins ได้ตามปกติ เป็นเหตุให้มี statin ใน กระแสเลือดใสปริมาณสูง....เป็นเหตุให้เกิดอันตรายขึ้นได้

ที่สำคัญ ยาในกลุ่ม statins ยังสามารถทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่น ๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยาอันไม่ พึงปรารถนาได้ เช่น:

• Vitamins

• Herbal supplement

• Medications for your immune system เช่น cyclosporine เป็นยาที่นำมาใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ

• Other cholesterol inhibitors เช่น fibrates และ nicotinic acid

• Medications for infections เช่น erythromycin, clarithromycin, telithromycin, itraconazole, kenoconazole,

• ยาที่นำมาใช้รักษาความดัน เช่น Verapamil, diltiazem, amiodarone และ digoxin

• Birth control pills

• Medications for HIV/AIDS เช่น indinavir, ritonavir

• Warfarin, Coumadin ( เมื่อเราให้ยาในกลุ่ม statins เช่น rosuvastin,lovastatin, simvastatin เมื่อให้ร่วมกับ warfarin เมื่อใด จะทำให้ฤทธิ์ของ warfarin เพิ่มขึ้น เมื่อท่านใช้ยาทั้งสองร่วมกันเมื่อไร ท่านต้องทำการตรวจ international normalized ratio (INR) เพื่อนำมาพิจารณาปรับขนาดของยา warfarin ต่อไป

5. ผลข้างเคียงของ statins: โดยทั่วไปแล้ว ผลข้างเคียงของ statins มีน้อยมาก คนไข้สามารถทนต่อยาในกลุ่มนี้ได้ดี...
อาการข้างเคียงทีพบ:
เมื่อท่านรับประทานยา statin แล้วเกิดอาการต่อไปนี้ เช่น “ปวดเมื่อย” , “ปวด”, “อ่อนแรง”, “อาเจียน”, “ปวดท้อง” , หรือถ้าท่านปัสสาวะมีสีดำออกมา ซึ่ง หมายถึงมีการสลายตัวของกล้ามเนื้อทั่วไป ท่านต้องเลิกยา และพบแพทย์ทันที

บางท่านรับประทานยา กลุ่ม statins ชอบมีอาการทางกระเพาะลำไส้ เช่น มี อาการปวดท้อง, ท้องอืด, ท้องเฟ้อ, ท้องผูก
ความรุนแรง มีตั้งแต่น้อย...ไปถึงมาก

บางคนมีอาการทางประสาท (neuropathy) เช่น มีอาการชา มีความรู้สึกเหมือน ของแหลมทิ่มตำ (numbness and tingling) ที่บริเวณมือ แขน และขา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น